Click here to load reader

มคอ.3 รายละเอียดของรายว ิชา อณู ...med.swu.ac.th/tqf/images/TQF3-4/Molecular1-55/T3_MO701_1...เขตร อน ม.มห ดล

  • View
    0

  • Download
    0

Embed Size (px)

Text of มคอ.3 รายละเอียดของรายว ิชา อณู...

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 1

    มคอ.3 รายละเอียดของรายวิชา อณูชีววิทยาขัน้สงู

    ภาควิชา หลกัสูตรอณูชีววิทยา คณะแพทยศาสตร ์มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ

    ภาคเรียนท่ี 1 ประจาํปีการศึกษา 2555

    หมวดท่ี 1 ข้อมลูทัว่ไป

    1. รหสัและช่ือรายวิชา อช 601 อณูชวีวทิยาขัน้สงู MO701 Advanced Molecular Biology

    2. จาํนวนหน่วยกิต 3(3-0-6)

    3. หลกัสตูรและประเภทของรายวิชา หลกัสตูรปรชัญาดุษฎบีณัฑติ สาขาวชิาอณูชวีวทิยา ประเภทรายวิชา วิชาบังคับ

    4. อาจารยผ์ูร้บัผิดชอบรายวิชาและอาจารยผ์ูส้อน อาจารยผ์ูร้บัผิดชอบรายวิชา รศ.ดร. วาสนา สขุมุศริชิาต ิ

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 2

    อาจารยผ์ูส้อน ลาํดบัที่ รายช่ือ สังกัดภาควิชา

    1 ศ.ดร.ปานสริ ิพนัธส์วุรรณ์ กายวภิาคศาสตร ์

    2 ศ.ดร. ทรงศกัดิ ์ เพช็รมติร ชวีโมเลกุลและพนัธุศาสตร์เขตรอ้น ม.มหดิล

    3 รศ.ดร.วาสนา สขุมุศริชิาต ิ ชวีเคม ี

    4 รศ.ดร.สภุญิญา พงษ์สงัข ์ จุลชวีวทิยา

    5 รศ.ดร.ธรีพร ชนิชยั จุลชวีวทิยา

    6 รศ.ดร. ภนาร ีบุษราคมัตระกลู สรรีวทิยา

    7 รศ.ดร.จนัทนา เฆมสปีระหลาด จุลชวีวทิยา

    8 ผศ.ดร.รุง้ตะวนั สภุาพผล สรรีวทิยา

    9 ผศ.ดร. พรรณ ีหนูซื่อตรง สรรีวทิยา

    10 อ.ดร. กรรณกิา เสรมิสวุทิยวงศ ์ ชวีเคม ี

    11 อ. ดร. ตรนุีช สายทอง

    12 อ. ดร.ชรนิทร ์ ถาวรคุโณ

    ชวีโมเลกุลและพนัธุศาสตร์เขตรอ้น ม.มหดิล

    13 อ. ดร. อรภคั เรีย่มทอง

    ชวีโมเลกุลและพนัธุศาสตร์เขตรอ้น ม.มหดิล

    5. ภาคการศึกษา / ชัน้ปีท่ีเรียน : ภาคการศกึษาที ่2 ชัน้ปีที ่ 1 6. รายวิชาท่ีต้องเรียนมาก่อน (Pre-requisite) (ถ้ามี)

    ไมม่ ี7. รายวิชาท่ีต้องเรียนพร้อมกนั (Co-requisite) (ถ้ามี)

    ไมม่ ี

    8. สถานท่ีเรียน ตกึ 15 หอ้ง 15-601

    9. วนัท่ีจดัทาํหรือปรบัปรงุรายละเอียดของรายวิชาครัง้ล่าสดุ วนัที ่ 26 มถุินายน 2555

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 3

    หมวดท่ี 2 จดุมุ่งหมายและวตัถปุระสงค ์

    1. จดุมุ่งหมายของรายวิชา เพือ่ใหนิ้สติ

    1. ทราบวิทยาการและเทคโนโลยีปจัจุบนัและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกบัการศึกษาวิจยัทางดา้นอณูชวีวทิยา

    2. สามารถบรูณาการความรูจ้ากระดบัอณูชวีวทิยาไปใชใ้นการวเิคราะห์หรอือธบิายการทํางานเซลล ์หรอืเน้ือเยือ่ หรอืระบบต่างๆ เพือ่ใหไ้ดอ้งคค์วามรูใ้หมท่ีใ่หข้อ้มลูทัง้เชงิกวา้งและเชงิลกึ

    3. สามารถนําความรูท้ีไ่ดจ้ากการศกึษาไปประยกุตใ์ชใ้นการทาํงานวจิยั หรอืในการทาํงาน

    2. วตัถปุระสงคใ์นการพฒันา/ปรบัปรงุรายวิชา เพือ่ใหไ้ดม้าตราฐานตามกรอบมาตราฐานคุณวุฒอุิดมศกึษาแหง่ชาต ิ

    หมวดท่ี 3 ลกัษณะและการดาํเนินการ

    1. คาํอธิบายรายวิชา

    ปฎสิมัพนัธใ์นระดบัอณูชวีวทิยาระหวา่งองคป์ระกอบของระบบต่างๆ ทางชวีวทิยา ทีส่ง่ผลกระทบต่อการทาํงาน และพฤตกิรรม โดยอาศยัเทคนิคและวทิยาการทางดา้น transcriptomics, metabolomics, proteomics, lipidomics และ functional genomics รวมไปถงึการประยกุตใ์ชใ้นดา้นต่าง ๆ เชน่ genetically modified organisms

    2. จาํนวนชัว่โมงท่ีใช้ต่อภาคการศึกษา บรรยาย 40 ชัว่โมง ศกึษาดว้ยตวัเอง 6 ชัว่โมง 3. ความรบัผิดชอบหลกั/ความรบัผิดชอบรอง

    รายวิชา

    ด้านท่ี 1 คณุธรรม

    และจริยธรรม

    ด้านท่ี 2 ความรู้

    ด้านท่ี 3 ทกัษะทางปัญญา

    ด้านท่ี 4 ทกัษะ

    ความสมัพนัธร์ะหว่างบคุคลและความ

    รบัผิดชอบ

    ด้านท่ี 5 การวิเคราะหเ์ชิงตวัเลข การ

    ส่ือสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

    1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 3 อช 601 ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 4

    4. จาํนวนชัว่โมงต่อสปัดาหท่ี์อาจารยใ์ห้คาํปรึกษาและแนะนําทางวิชาการแก่นักศึกษาเป็นรายบคุคล นิสติสามารถนดัเวลาขอเขา้พบอาจารยไ์ด ้ตามวนัเวลาทีส่ะดวกทัง้สองฝา่ย

    หมวดท่ี 4 การพฒันาผลการเรียนรู้ของนักศึกษา

    1. คณุธรรม จริยธรรม

    1.1 คุณธรรม จรยิธรรมทีต่อ้งพฒันา ความรบัผดิชอบในการเรยีนและการวจิยั ซื่อสตัย ์ตรงต่อเวลา วางตวัไดถู้กกาลเทศะ ใฝรู่ใ้ฝ ่ เรยีนมจีรยิธรรมและจรรยาบรรณในทางวชิาการและวชิาชพี

    1.2 วธิกีารสอน สอดแทรกในระหวา่งการสอนบรรยาย มอบหมายงานใหไ้ปคน้ควา้ และจดัทาํเป็นรายงาน

    1.3 วธิกีารประเมนิผล การตรงต่อเวลาในการเขา้ชัน้เรยีน ความรบัผดิชอบในงานทีไ่ดร้บัมอบหมาย ผลการเรียนรูด้า้นคุณธรรมและ

    จริยธรรม กลยทุธก์ารสอน กลยทุธก์ารประเมินผลการ

    เรียนรู ้1. มีความรับผดิชอบในการเรียน

    (ซ่ือสตัย์ ตรงต่อเวลา) 2. มีจริยธรรมในการทาํงานร่วมกบั

    ผู้อื่น

    - มีการสอนสอดแทรกในรายวิชาต่างๆ ที่ปลูกฝงัหลักคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นิสติ

    - มอบหมายงานให้ค้นคว้า

    - ประเมินการเข้าเรียนตรงเวลา ส่งงานตรงเวลา - ประเมินจากความรับผดิชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย

    - ประเมินจากผลงานที่มอบหมายให้ทาํหรือค้นคว้า

    2. ความรู ้2.1 ความรูท้ีต่อ้งไดร้บั

    2.1.1 มคีวามรูเ้ขา้ใจในหลกัการและทฤษฎทีีส่าํคญัในเน้ือหาดา้นอณูชวีวทิยาและเทคโนโลยใีหม่ๆ ตวัอยา่งเชน่ การวเิคราะหด์เีอน็เอ อารเ์อน็เอ โปรตนี และเมตาบอไลท ์ โดยเทคนิคทาง transcriptomics, proteomics และ metabolomics เป็นตน้ 2.2.2 สามารถนําความรูม้าประยกุตใ์ชใ้นการศกึษาคน้ควา้ทางวชิาการ หรอืการวจิยั 2.2.3 สามารถถ่ายทอดความรูไ้ดอ้ยา่งมปีระสทิธภิาพ

    2.2 วธิกีารสอน 2.2.1 บรรยาย 2.2.2 มอบหมายงานใหค้น้ควา้ดว้ยตวัเอง

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 5

    2.3 วธิกีารประเมนิผล 2.3.1 สอบบรรยาย 2.3.2 รายงาน

     ผลการเรียนรูด้า้นความรู ้ กลยทุธก์ารสอน กลยทุธก์ารประเมินผลการ

    เรียนรู ้1. มีความรู้ เข้าใจในเน้ือหาและทฤษฎี

    ที่สาํคัญของวิชา 2. สามารถนาํความรู้มาประยุกต์ใช้ใน

    การศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ หรือการวิจัย

    3. สามารถถ่ายทอดความรู้ได้อย่างมีประสทิธภิาพ

    กาํหนดเน้ือหาสาระและทฤษฎีสาํคัญในรายวิชาต่างๆ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสาํคัญและใช้รปูแบบ การบรรยาย - การศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง

    - ให้ทาํรายงาน

    ประเมินผลสมัฤทธิ์การเรียนและการปฏบิัติของนิสติในรปูแบบ - การสอบ - ประเมินผลงานจากรายงาน - ประเมินผลจากการสงัเกตการมีส่วนร่วมและความสนใจในการเรียน

    3 ทกัษะทางปัญญา 3.1 ทกัษะทางปญัญาทีต่อ้งพฒันา

    3.1.1 การนําความรูท้ ัง้ทางดา้นทฤษฎมีาประยกุตใ์ชใ้นการวเิคราะหป์ระเดน็ปญัหา 3.1.2 การสงัเคราะหข์อ้มลูจากวาสารทางวชิาการเพือ่พฒันาความคดิใหม่ๆ ในงานวจิยั

    3.2 วธิกีารสอน 3.2.1 การทาํรายงาน

    3.3 วธิกีารประเมนิผล 3.3.1 ประเมนิจากผลงานของนิสติ เชน่ จากการนําเสนอรายงาน 3.3.2 การสอบขอ้เขยีน ผลการเรียนรูด้า้นทกัษะทางปัญญา กลยทุธก์ารสอน กลยทุธก์ารประเมินผลการ

    เรียนรู ้1. สามารถนาํความรู้ทั้งทางด้าน

    ทฤษฎแีละปฏบิัติมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ประเดน็ปัญหา

    2. สามารถแสวงหาความรู้และทกัษะเพ่ือพัฒนาตนเอง

    3. สามารถสงัเคราะห์และใช้ข้อมูลจาก สิ่งตีพิมพ์ทางวิชาการเพ่ือสร้างและพัฒนาความคดิใหม่ๆในงานวิจัย

    - จัดกจิกรรมการสอนให้นิสติรู้จักคิดวิเคราะห์บูรณาการความรู้ต่างๆ และสามารถประยุกตใ์ช้ทฤษฎคีวามรู้ ผ่านการทาํรายงานและงานที่มอบหมายในวิชาต่างๆ

    - จัดกจิกรรมการสอนและฝึกปฏบิัติที่เน้นให้นิสติฝึกคดิวิเคราะห์ แก้ปัญหาจากประเดน็ปัญหา จากสถานการณจ์าํลองหรือกรณตีวัอย่าง

    ประเมินผลสมัฤทธิ์การเรียนและการปฏบิัติของนิสติในหลายรปูแบบ ได้แก่ - การสอบ - ประเมินจากผลงานของนิสติ เช่น จากการนาํเสนอรายงานในช้ันเรียน

    จากรายงานที่ได้รับมอบหมาย

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 6

    4 ทกัษะความสมัพนัธร์ะหว่างบคุคลและความรบัผิดชอบ 4.1 ทกัษะความสมัพนัธร์ะหวา่งบุคคลและความรบัผดิชอบทีต่อ้งพฒันา

    4.1.1 มคีวามรบัผดิชอบในงานทีไ่ดร้บัมอบหมาย 4.1.2 สามารถทาํงานรว่มกบัผูอ้ืน่ไดอ้ยา่งมปีระสทิธภิาพ 4.1.3 มภีาวะความเป็นผูนํ้า

    4.2 วธิกีารสอน 4.2.1 การมอบหมายงานใหไ้ปคน้ควา้

    4.3 วธิกีารประเมนิผล 4.3.1 ประเมนิจากรายงาน

    ผลการเรียนรู ้กลยทุธก์ารสอน กลยทุธก์ารประเมินผลการ

    เรียนรู ้1. มีความรับผดิชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย

    2. สามารถทาํงานร่วมกบัผู้อื่นได้อย่างมีประสทิธภิาพ

    3. มีภาวะความเป็นผู้นาํ

    - มอบหมายรายงานให้ทาํค้นคว้า

    - ประเมินจากรายงานที่ส่ง - ประเมินความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

    - ประเมินพฤตกิรรมการแสดงออกด้านภาวะผู้นาํ

    5 ทกัษะการวิเคราะหเ์ชิงตวัเลข การส่ือสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

    5.1 ทกัษะการวเิคราะหเ์ชงิตวัเลข การสือ่สาร และการใชเ้ทคโนโลยสีารสนเทศทีต่อ้งการพฒันา 5.1.1 มทีกัษะในการสือ่สารทัง้ การฟงั การแปล และการเขยีน 5.1.2 มทีกัษะการใชส้ือ่สารสนเทศในการสบืคน้ขอ้มลู

    5.2 วธิกีารสอน 5.2.1 การทาํรายงาน

    5.3 วธิกีารประเมนิผล 5.3.1 ประเมนิจากงานทีม่อบหมายใหเ้ขยีนในรปูของรายงาน

    ผลการเรียนรูด้า้นทกัษะการวิเคราะหเ์ชิงตวัเลข การสือ่สาร และการใชเ้ทคโน โลยีสารสนเทศ

    กลยทุธก์ารสอน กลยทุธก์ารประเมินผลการเรียนรู ้

    1. มีทกัษะในการสื่อสารในด้าน การฟัง และการเขยีน

    2. มีทกัษะการใช้สื่อสารสนเทศในการสบืค้นข้อมูล

    - การทาํรายงาน - ส่งเสริมและจัดเตรียมสื่อสารสนเทศให้พร้อมในการใช้จริง

    - ประเมินจากผลการทาํรายงาน

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 7

    หมวดท่ี 5 แผนการสอนและการประเมินผล

    1. แผนการสอน

    สปัดาหท่ี์ (วนั เดือน ปี)

    หวัข้อ/รายละเอียด จาํนวน ชัว่โมง

    กิจกรรมการเรียนการสอน

    ส่ือท่ีใช้ ผูส้อน

    1 (29 ม.ิย 55)

    Orientation Transgenic plant and Transgenic animal

    3 - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - มอบหมายงานใหไ้ปคน้ควา้และทาํรายงาน - นิสติซกัถามและอธบิายเพิม่เตมิ

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    รศ.ดร.วาสนา สขุมุศริชิาต ิ

    2 (6 ก.ค 55)

    Functional genomic 3 - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - บรรยายตามเนื้อหา - มอบหมายงานใหไ้ปคน้ควา้และทาํรายงาน - นิสติซกัถามและอธบิายเพิม่เตมิ

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    อ.ดร. กรรณิกา เสรมิสวุทิยวงศ ์

    3 (13 ก.ค 55)

    Molecular study in post-genomic era: genomics Molecular study in post-genomic era: transcriptomics Molecular study in post-genomic era: proteomics and metabolomics

    3 2 2

    - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - บรรยายตามเนื้อหา - นิสติซกัถามและอธบิายเพิม่เตมิ

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    ศ.ดร.ทรงศกัดิ ์เพช็รมติร อ. ดร.ชรนิทร ์ ถาวรคุโณ อ. ดร. อรภคั เรีย่มทอง

    4 (20 ก.ค 55)

    Gene knock out in microorganism

    3 - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - บรรยายตามเนื้อหา - นิสติซกัถามและอธบิายเพิม่เตมิ

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    รศ.ดร.สภุญิญา พงษ์สงัข ์

    5 (27 ก.ค 55)

    Self-study 3 -นิสติคน้ควา้ดว้ยตวัเอง

    6 (10 ส.ค 55)

    Molecular biology in neurosciences

    3 - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - บรรยายตามเนื้อหา - นิสติซกัถามและอธบิายเพิม่เตมิ

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    ศ.ดร.ปานสริ ิ พนัธุส์วุรรณ์

    7 (17 ส.ค 55)

    Exam I 3 อาชวด์าม ์ภาคพิธเจริญ

    8 (24 ส.ค 55)

    Oxidative stress

    3 - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - บรรยายตามเนื้อหา - นิสติซกัถามและอธบิาย

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    ผศ.ดร.รุง้ตะวนั สภุาพผล

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 8

    DNA vaccine

    เพิม่เตมิ รศ.ดร.ธรีพร ชนิชยั

    9 (31 ส.ค 55)

    Hypoxic stress 3 - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - บรรยายตามเนื้อหา - นิสติซกัถามและอธบิายเพิม่เตมิ

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    ผศ.ดร. พรรณี หนูซื่อตรง

    10 (7 ก.ย 55)

    Molecular biology of cognitive function

    3 - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - บรรยายตามเนื้อหา - นิสติซกัถามและอธบิายเพิม่เตมิ

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    รศ.ดร. ภนาร ีบุษราคมัตระกลู

    11 (14 ก.ย 55)

    Antibody engineering 3 - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - บรรยายตามเนื้อหา - นิสติซกัถามและอธบิายเพิม่เตมิ

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    รศ.ดร.จนัทนา เฆมสปีระหลาด

    12 (21 ก.ย 55)

    System biology I & II 6 - บอกวตัถุประสงคแ์ละเน้ือหา - บรรยายตามเนื้อหา - นิสติซกัถามและอธบิายเพิม่เตมิ

    - Power point - เอกสารประกอบคาํสอน

    อ. ดร. ตรนุีช สายทอง

    14 (28 ก.ย 55)

    Self-study -นิสติคน้ควา้ดว้ยตวัเอง

    15 (5 ต.ค 55)

    Exam II 3 อาชวด์าม ์ภาคพิธเจริญ

    แผนการสอน

    หวัข้อเรื่อง Transgenic plant & transgenic animals ผูส้อน รศ.ดร. วาสนา สขุมุศริชิาต ิ

    จาํนวนชัว่โมง 3

    วตัถปุระสงค ์ เมือ่สิน้สดุการเรยีนการสอนนิสติสามารถอธบิาย 1. ความสาํคญัและหลกัการการทาํ Transgenic plant 2. ความสาํคญัและหลกัการการทาํ Transgenic animal 3. ประโยชน์และขอ้พงึระวงัของ Transgenic plant และ Transgenic animal

    เน้ือหา 1. Introduction to transgenic plant and transgenic animal 2. มอบหมายใหท้าํรายงานทีม่ขีอ้มลูครอบคลุมเน้ือหา ดงัน้ี

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 9

    2.1 เหตุผลและความจาํเป็นทีต่อ้งมกีารสรา้ง Transgenic plants และ Transgenic animals 2.2 หลกัการทาํ Transgenic plants และ Transgenic animals 2.3 วธิตีรวจสอบพชืและสตัวท์ีเ่ป็น Transgenic plants และ Transgenic animals 2.4 ขอ้ดแีละขอ้เสยีของ Transgenic plants และ Transgenic animals

    2.5 มกีฎหมายทีเ่กีย่วขอ้งกบัเรือ่งน้ีหรอืไม ่

    การจดัประสบการณ์การเรียนรู้ 1. ฟงัวตัถุประสงคแ์ละมอบหมายงานในหอ้งบรรยาย 2. คน้ควา้จากตาํราเพิม่เตมิในหอ้งสมดุ หรอืจาก internet 3. ทาํรายงานตามขอบเขตทีก่าํหนดให ้

    ส่ือและอปุกรณ์ท่ีใช้ในการสอน 1. Power point

    การวดัผล

    ประเมนิจากการทาํรายงาน และคะแนนสอบอตันยั โดยไดม้อบหมายใหนิ้สติไปคน้ควา้และทาํเป็นรายงาน มาสง่เพือ่ประเมนิและใหค้ะแนน หลงัจากนัน้มกีารประเมนิผลโดยการสอบแบบอตันยั คะแนนทัง้สองมารวมกนั

    เอกสารอ้างอิง 1. Shrawat, A.; Lörz, H. (2006). "Agrobacterium-mediated transformation of cereals: a

    promising approach crossing barriers". Plant biotechnology journal 4 (6): 575–603. 2. McHughen, A.; Smyth, S. (2008). "US regulatory system for genetically modified

    [genetically modified organism (GMO), rDNA or transgenic] crop cultivars". Plant biotechnology journal 6 (1): 2–12.

    3. Walmsley, A.; Arntzen, C. (2000). "Plants for delivery of edible vaccines". Current Opinion in Biotechnology 11 (2): 126.

    4. Gallaher, James Gene therapy 'treats' Parkinson's disease BBC News Health, 17 March 2011, Retrieved 24 April 2011.

    5. Park F (October 2007). "Lentiviral vectors: are they the future of animal transgenesis?".Physiol. Genomics 31 (2): 159–173.

    6. Walsh, Gary (April 2005). "Therapeutic insulins and their large-scale manufacture". Appl. Microbiol. Biotechnol. 67 (2): 151–159.

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 10

    แผนการสอน หวัข้อเรื่อง Functional genomics ผูส้อน อ.ดร.กรรณกิา เสรมิสวุทิยวงศ ์จาํนวนชัว่โมง 3 วตัถปุระสงค ์ เพือ่ใหนิ้สติสามารถ 1. เขา้ใจถงึความรูพ้ืน้ฐาน และความสาํคญัของศาสตรท์าง functional genomics 2. รูถ้งึหลกัการวธิวีจิยัและประยกุตใ์ชข้องเทคนิคการต่างๆ ในงานทาง functional genomics เน้ือหา 1. Basic knowledge of a. System biology b. Functional genomics c. Transcriptomics d. Metabolomics e. Proteomics 2. Application of functional genomics การจดัประสบการณ์การเรยีนรู ้1. บอกวตัถุประสงคแ์ละชีแ้จงเน้ือหา 5 นาท ี2. บรรยายเน้ือหาหวัขอ้ต่างๆ (รวมพกั10 นาท)ี 100 นาท ี3. อภปิราย-นิสติซกัถามเพิม่เตมิ 15 นาท ี สือ่และอุปกรณ์ทีใ่ช ้1.Powerpoint 2.เอกสารประกอบการสอน การวดัผล ขอ้สอบอตันยั เอกสารอ้างอิง

    1. Hunt SP, Livesey R. Functional Genomics: A Practical Approach (2000) Oxford University Press 2. Dardel F, Kepes F. (Translated by Hardy N) Bioinformatics: Genomics and post-genomics (2006) John Wiley & Sons Ltd. 3. Brigelius-Flohe R, Joost HG. Nutritional Genomics (2006) John Wiley & Sons Ltd.

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 11

    4. Barnes S. Nutritional genomics, polyphenols, diets, and their impact on dietetics. J Am Diet Assoc. 2008 Nov;108(11):1888-95. 5. Brown L, van der Ouderaa F. Nutritional genomics: food industry applications from farm to fork. Br J Nutr. 2007 Jun;97(6):1027-35. 6. Heidecker B, Hare JM. The use of transcriptomic biomarkers for personalized medicine. Heart Fail Rev. 2007 Mar;12(1):1-11.

    7. www.wikipedia.com June 2011 แผนการสอน

    หวัข้อเรื่อง จโีนมกิส,์ ทรานสครปิโตมกิส,์ โปรตโีอมกิส ์และ เมตาโบโลมกิส ์

    ผูส้อน ศาสตราจารยท์รงศกัดิ ์เพช็รมติร

    ดร.ชรนิทร ์ถาวรคุโณ

    ดร.อรภคั เรีย่มทอง

    จาํนวนชัว่โมง 10

    วตัถปุระสงค ์ เมือ่สิน้สดุการเรยีนการสอนนิสติสามารถอธิบาย 1. การวิจยัคน้ควา้ดา้นจีโนมิกส์, ทรานสคริปโตมิกส์, โปรตีโอมิกส์ และ เมตาโบโลมิกส์ได ้2. ออกแบบงานวิจยัโดยใชเ้ทคนิคทางจีโนมิกส์, ทรานสคริปโตมิกส์, โปรตีโอมิกส์ และเมตาโบโล

    มิกส์ได ้

    การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 1. ฟังบรรยายในหอ้งบรรยาย 2. คน้ควา้จากตาํราเพิ่มเติมในหอ้งสมุด หรือจาก internet 3. อ่านเอกสารประกอบการสอน ตาํรา

    ส่ือและอุปกรณ์ทีใ่ช้ 1. เอกสารประกอบการบรรยาย 2. PowerPoint presentation

    เน้ือหา 1. ความหมายของจีโนมิกส์, ทรานสคริปโตมิกส์, โปรตีโอมิกส์ และ เมตาโบโลมิกส์ 2. เทคนิคการวจิยัดา้นจีโนมิกส์, ทรานสคริปโตมิกส์, โปรตีโอมิกส์ และ เมตาโบโลมิกส์

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 12

    3. การประยกุตใ์ชค้วามรู้จากงานวิจยัดา้นจีโนมิกส์, ทรานสคริปโตมิกส์, โปรตีโอมิกส์ และ เมตาโบโลมิกส์

    การวัดผล 1. ในขณะท่ีดาํเนินการสอนในชั้นเรียน ผูส้อนจะประเมินผลตามวตัถุประสงคท่ี์ตั้งไวโ้ดยการซกัถาม

    สงัเกตพฤติกรรม ความสนใจ ความกระตือรือร้น การมีส่วนร่วมในการตอบคาํถาม และใหนิ้สิตไปคน้ควา้เพิ่มเติมเพื่อใหมี้ความรู้ท่ีแตกฉานมากยิง่ข้ึน หลงัจากนั้นจะมีการประเมินผลโดยการสอบแบบอตันยั

    2. สอบภาคบรรยายเป็นขอ้สอบแบบอตันยั

    เอกสารอ้างอิง 1. Alain Bermot, Genome Transcriptome and Proteome Analysis, 2004, Wiley press 2. Terence A Brown, Genomes 2nd Edition, 2002, Oxford, Wiley-Liss Press 3. Watson J. Throck and Sparkman O. David, Introduction to Mass Spectrometry 4th Edition, Wiley

    press

    แผนการสอน

    หวัข้อเรื่อง Knock out gene in microorganism ผูส้อน รศ.ดร.สภุญิญา พงษ์สงัข ์

    จาํนวนชัว่โมง 3

    วตัถปุระสงค ์ เพือ่ใหนิ้สติทราบและสามารถอธบิาย 1. วธิกีารทาง molecular biology ทีใ่ชใ้นการศกึษายนีในจุลชพี 2. ตวัอยา่งการใช ้วธิกีารทาง molecular biology เพือ่ศกึษาเชือ้ราทีม่คีวามสาํคญัทาง

    การแพทย ์ เน้ือหา 1. Recombinant DNA techmiques to manipulate the genome of organisms 2. Genetic transformation of filamentous fungi - Methods of transformation - Selectable markers for transformation - Use of transformation for analysis of gene function - Manipulation of gene expression using transformation 3. Knock ou gene in microorganism 4. Function Analysis of TATA-Binding Protein in Penicillium marneffei

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 13

    การจดัประสบการณ์การเรียนรู้ 1. บอกวตัถุประสงค ์และเน้ือหา 5 นาท ี 2. สอนบรรยายเน้ือหา และซกัถามนิสติระหวา่งกายบรรยาย 100 นาท ี 3. นิสติซกัถาม 15 นาท ี

    ส่ือและอปุกรณ์ท่ีใช้ในการสอน 1. Power point slides

    การวดัผล ขอ้สอบบรรยาย 10 คะแนน

    เอกสารอ้างอิง 1. Pongsunk S, Andrianopoulos A, Chaiyaroj SC. Conditional lethal disruption of TATA- binding protein gene in Penicillium marneffei. Fungal Genet Biol 2005 ; 42: 893-903. 2. Hynes MJ. Genetic transformation of filamentous fungi. J Genet 1996; 75: 297-311. 3. Mullins ED, Kang S. Transformation: a tool for studying fungal pathogens of plants. Cell Mol Life Sci 2001; 58: 2043-2052.

    แผนการสอน

    หวัข้อเรื่อง Molecular Biology in Neuroscience ผูส้อน ศาสตราจารย ์ดร. ปานสริ ิพนัธุส์วุรรณ จาํนวนชัว่โมง 3 วตัถปุระสงค ์ เพือ่ใหนิ้สติสามารถอธบิายถงึ

    การใชเ้ทคนิคทางอณูชวีวทิยาในการศกึษาวจิยัประสาทวทิยาศาสตร ์(Neuroscience) เน้ือหา

    1. The usage of molecular biology in neuroscience 2. Criteria of innervation proved by molecular biological methods:

    - The existence of the neurotransmitters - The neurotransmitters must be in the nerve fibers - The existence of the receptor sites for the neurotransmitter - The effect of the neurotransmitter on the tissue - Origin of innervation สือ่การสอน

    1. power point

    แผนการสอน 1. บอกวตัถุประสงค ์และบอกเน้ือหา 5 นาท ี

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 14

    2. สอนบรรยายเน้ือหาหวัขอ้ต่างๆ 100 นาท ี 3. นิสติซกัถาม 15 นาท ี

    การวดัและประเมนิผล

    อตันยั เอกสารอ้างอิง 1. Phansuwan-Pujito P, Govitrapong P, Ebadi M. Choline acetyltransferase in bovine pineal gland. J

    Pineal Res 1990; 9: 29-38. 2. Phansuwan-Pujito P, Mikkelson JD, Govitrapong P, Møller M. A cholinergic innervation of the bovine

    pineal gland visualized by immunohistochemical detection of choline acetyltransferase (ChAT)-immunoreactive nerve fibers. Brain Res 1991; 545: 49-58.

    3. Phansuwan-Pujito P, Boontem P, Chetsawang B, Ebadi M, Govitrapong P. Dopamine transporter immunoreactive terminals in the bovine pineal gland. Neurosc Letter 2006; 403: 78-83.

    แผนการสอน

    หวัข้อเรื่อง Oxidative stress

    ผูส้อน ผศ.ดร. รุง้ตะวนั สภุาพผล

    จาํนวนชัว่โมง 3

    วตัถปุระสงค ์ เมือ่สิน้สดุการเรยีนการสอนนิสติฯ

    1. เขา้ใจหลกัการของภาวะเครยีดทีเ่กดิจากสารอนุมลูอสิระหรอืปฏกิริยิาออกซเิดชัน่ ไดแ้ก่ ชนิด แหล่ง และโมเลกุลเป้าหมายของสารอนุมลูอสิระ

    2. อธบิายสมดุลของสารอนุมลูอสิระและระบบตา้นปฏกิริยิาออกซเิดชัน่ทัง้ชนิด enzyme และ non-enzyme antioxidants

    3. อธบิายพยาธสิภาพทีเ่กดิจากภาวะ oxidative stress ได ้

    4. อธบิายกลไกระดบัโมเลกุลของ oxidative stress ทีก่่อใหเ้กดิ death และ antideath signal ตัง้แต่ membrane receptor, second messenger ไปจนถงึ transcription factor สาํคญัทีเ่กีย่วขอ้ง

    วิธีการสอน - บรรยายประกอบ power point 110 นาท ี

    ซกัถามในหอ้งเรยีน 10 นาท ี

    ส่ือและอปุกรณ์ท่ีใช้ในการสอน power point และเอกสารประกอบการสอน

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 15

    การประเมินผล - สอบขอ้เขยีนแบบอตันยั เพือ่ประเมนิความเขา้ใจ

    หวัข้อย่อยของเน้ือหา

    1. free radical ; endogenous & exogenous free radicals

    2. definition of oxidative stress

    3. antioxidants ; endogenous & exogenous antioxidants

    4. target of free radical

    5. oxidative stress to pathological stress

    6. dose dependent effect of oxidative stress

    7. cell death response

    8. molecular mechanism ; membrane receptor - second messenger – transcription factor

    10. death signal

    11. antideath signal

    เอกสารอ้างอิง

    1. Weinberg RA, “The Biology of Cancer” First edition, Garland Science; 2006.

    2. Pecorino L, “Molecular Biology of Cancer: Mechanisms, Targets, and Therapeutics” Second edition, OUP Oxford; 2008.

    3. Halliwell B, Gutteridge J, “Free Radicals in Biology and Medicine” Fourth edition, OUP Oxford; 2007.

    4. Sies H, “Oxidative Stress and Inflammatory Mechanisms in Obesity, Diabetes, and the Metabolic Syndrome” CRC Press, 2007.

    5. Wexler B, “Antioxidants: Natural Defense Against Oxidative Stress” Woodland Publishing, 2007.

    6. Soares R, Costa C, “Oxidative Stress, Inflammation and Angiogenesis in the Metabolic Syndrome” Springer, 2009.

    7. Qureshi GA, Parvez SH, “Oxidative Stress and Neurogenerative Disorders” Elsevier, 2007.

    แผนการสอน

    หวัข้อเรื่อง DNA vaccine ผูส้อน รศ.ดร. ธรีพร ชนิชยั

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 16

    จาํนวนชัว่โมง 3 วตัถปุระสงค ์ เมือ่สิน้สดุการเรยีนการสอนนิสติฯ สามารถอธบิายถงึ

    1. การตอบสนองทางภมูคิุม้กนัเบือ้งตน้ 2. สาเหตุที ่DNA vaccine สามารถกระตุน้ระบบภมูคิุม้กนัไดด้กีวา่ vaccine ชนิดอื่น 3. องคป์ระกอบจาํเป็นในการสรา้ง DNA vaccine ใหม้ปีระสทิธภิาพด ี 4. กลไกที ่DNA vaccine กระตุน้ระบบภมูคิุม้กนั

    วิธีการสอน ใชเ้วลาบรรยาย 2 ชัว่โมง โดยเริม่ตน้จากการทาํความเขา้ใจเน้ือหาทีต่อ้งเรยีนทัง้หมด วตัถุประสงคใ์นการเรยีน จากนัน้จงึเป็นการบรรยาย ตลอดเวลาทีท่าํการบรรยายจะเปิดโอกาสใหนิ้สติซกัถามไดท้นัททีีเ่กดิความไมเ่ขา้ใจในเน้ือหา นอกจากน้ีผูส้อนจะทดสอบความเขา้ใจของผูเ้รยีนดว้ยการถามคาํถามสัน้ ๆ ยอ้นกลบัไปยงัผูเ้รยีนอยูเ่ป็นระยะ ๆ ในตอนทา้ยจะเป็นการสรปุบทเรยีนทีเ่รยีนมา รวมทัง้หนงัสอือา้งองิทีนิ่สติสามารถไปอา่นเพิม่เตมิได ้

    ส่ือและอปุกรณ์ท่ีใช้ในการสอน 1. power point slide 2. LCD และคอมพวิเตอร ์ 3. เอกสารประกอบการสอน การประเมินผล - สอบภาคบรรยายเป็นขอ้สอบแบบอตันยั ประสบการณ์การเรียนรู ้

    1. การฟงับรรยายในหอ้งบรรยาย 2. อา่นเอกสารประกอบการสอน

    3. คน้ควา้จากตําราทีไ่ดเ้ขยีนไวใ้นบรรณานุกรมทา้ยเอกสารประกอบการสอน หวัข้อย่อยของเน้ือหา 1. Definition of DNA vaccine 2. The immune correlates of protection 3. Basic design of DNA vaccine 4. Methods of DNA vaccine delivery 5. Optimization of DNA vaccine 6. Potential applications for DNA vaccine 7. Safety of DNA immunization เอกสารอ้างอิง 1. พรรณ ีปิตสิทุธธิรรม และชยนัต ์พเิชยีรสนุทร. ตําราวทิยาวคัซนีวา่ดว้ยวคัซนีรุน่ใหม.่ บ.อมัรนิทรพ์ริ้นติง้ แอนพบัลชิชิง่ จาํกดั (มหาชน). 2546. 2. Boyle JS, Barr IG, Lew AM. Strategies for improving responses to DNA vaccines. Molecular Medicine 1999;5:1-8. 3. Braunagel M, Das RC. Promises and perils of DNA vaccine. GPT 2003:25-27. 4. Garmory HS, Brown KA, Titball RW. DNA vaccine:improving expression of antigens. Genetic

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 17

    Vaccines and Therapy 2003;1:1-5. 5. Gurunathan S, Klinman DM, Seder RA. DNA Vaccines: Immunology, Application, and Optimization. Annu. Rev. Immunol 2000;18:927-974. 6. Gurunathan S, Wu C, Freidag BL, Seder RA. DNA vaccine:a key for inducing long-term cellular immunity. Current Opinion in Immunology 2000;12:442-447. 7. Kirman JR, Seder RA. DNA vaccination:the answer to stable, protective T-cell memory? Current Opinion in Immunology 2003;15:471-476. 8. Krieg AM. CpG motifs in bacterial DNA and their immune effects. Annual Review of Immunology 2002;20:709-760 9. Liu MA. DNA vaccines:a review. J Intern Med 2003;253:402-410. 10. Nandedkar TD. Nanovaccines : recent developments in vaccination. J Biosci 2009;34(6):995- 1003. 11. Rangarajan PN. DNA vaccines. Resonance 2002:25-34. 12. Tighe H, Corr M, Roman M, Raz E. Gene vaccination: plasmid DNA is more than just a blueprint. Immunology Today 1998;19:89-97. 13. Wack A, Rappuoli R. Vaccinology at the beginning of the 21st century. Current Opinion in Immunology 2005;17:411-418. 14. Weeratna RD, McCluskie MJ, Davis HL. DNA vaccines: an overview. Vaccine:Children&Practice 2001;4:10-15. 15. Weiner DB, Kennedy RC. Genetic Vaccines. Scientific American 1999:34-41. 16. Xiang SD, Selomulya C, Ho J, et. al. Delivery of DNA vaccines : an overview on the use of biodegradable polymeric and magnetic nanoparticles. Nanomed Nanobiotechnol 2010;2:205-218.

    แผนการสอน

    หวัข้อเรื่อง Hypoxic stress and oxygen sensing system

    ผูส้อน ผศ.ดร.พรรณ ี หนูซื่อตรง

    จาํนวนชัว่โมง 3

    วตัถปุระสงค ์ เมือ่สิน้สดุการเรยีนการสอนนิสติสามารถ

    1. อธบิายผลของภาวะขาดออกซเิจนต่อเซลลแ์ละเน้ือเยือ่ของรา่งกาย 2. อธบิายโครงสรา้งและหน้าทีข่อง hypoxia-inducible factor

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 18

    3. อธบิายกลไกการทาํงานในระดบัเซลลแ์ละโมเลกุลเพือ่ปกป้องเซลลแ์ละเน้ือเยือ่ของรา่งกายจากภาวะขาดออกซเิจน ผา่นวถิต่ีอไปน้ี Hypoxia-inducible factor Endoplasmic reticulum stress response The mammalian target of rapamycin

    การจดัประสบการณ์การเรียนรู้ 1. ฟงับรรยายในหอ้งบรรยาย 2. คน้ควา้จากตาํราเพิม่เตมิในหอ้งสมดุ หรอืจาก internet

    ส่ือและอปุกรณ์ท่ีใช้ 1. เอกสารประกอบการบรรยาย 2. Powerpoint presentation การวดัผล

    ในขณะทีด่าํเนินการสอนในชัน้เรยีน ผูส้อนจะประเมนิผลตามวตัถุประสงคท์ีต่ ัง้ไวโ้ดยการซกัถาม สงัเกตพฤตกิรรม ความสนใจ ความกระตอืรอืรน้ การมสีว่นรว่มในการตอบคาํถาม และใหนิ้สติไปคน้ควา้เพิม่เตมิเพือ่ใหม้คีวามรูท้ีแ่ตกฉานมากยิง่ขึน้ หลงัจากนัน้จะมกีารประเมนิผลโดยการสอบแบบอตันยั

    เน้ือหา 1. Hypoxia 2. Oxygen sensing system

    3. Cellular oxygen sensing system 2.1 Hypoxia-inducible factor (HIF) 2.2 Endoplasmic reticulum stress response (PERK, IRE1 and ATF6) 2.3 The mammalian target of rapamycin (mTOR)

    4. Hereditary disorders of oxygen sensing เอกสารอ้างอิง

    1. Kitamura M. 2008. Endoplasmic reticulum stress in the kidney. Clinical and Experimental Nephrology. 12: 317-325.

    2. Lai et al. 2006. Endoplasmic reticulum stress: signaling the unfolded protein response. Physiology 22: 193-201.

    3. Naidoo N. 2009. Cellular stress/the unfolded protein response: Relevance to sleep and sleep disorders. Sleep Medicine Reviews 13: 195-204.

    4. Rankin EB and Giaccia AJ. 2008. The role of hypoxia-inducible factors in tumorigenesis. Cell Death and Differentiation. 15: 678-685.

    5. Ruan et al. 2009. Role of hypoxia in the hallmarks of human cancer. Journal of Cellular Biochemistry. 107: 1053-1062.

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 19

    6. Wouters BG and Koritzinsky M. 2008. Hypoxia signaling through mTOR and unfolded protein response in cancer. Nature Reviews 8: 851-861.

    แผนการสอน หวัข้อเรื่อง Molecular biology in cognitive function ผูส้อน ผศ.ดร. ภนาร ีบุษราคมัตระกลู

    จาํนวนชัว่โมง 3 วตัถปุระสงค ์ เมือ่สิน้สดุการเรยีนการสอนนิสติฯ

    4. สามารถอธบิาย normal cognitive function และ cognitive impairment และอาการของโรคความจาํเสือ่ม

    5. สามารถอธบิายสาเหตุทีท่าํใหเ้กดิ cognitive impairment และชนิดโรคความจาํเสือ่ม 6. สามารถอธบิายยนีสช์นิดต่างๆ ทีเ่ป็นสาเหตุทางพนัธุกรรมทีท่าํใหเ้กดิโรคความจาํเสือ่ม 7. สามารถอธบิายกลไกการเกดิ APP mutation, Presinilin mutaion ทีม่ผีลต่อการทาํงานของ

    α, β และɣ secretase enzymes และทาํใหเ้กดิ Aβ protein และเหน่ียวนําใหเ้กดิโรคความจาํเสือ่ม

    8. สามารถอธบิายกลไกการเกดิ Aβ, neurofibrillary tangles และ phosphorylated tau proteins ทีเ่หน่ียวนําใหเ้กดิโรคความจาํเสือ่ม

    9. สามารถอธบิายกระบวนการ cholesterol metabolism ทีเ่กีย่วขอ้งกบัการเกดิโรคความ จาํเสือ่ม

    หวัข้อย่อยของเน้ือหา 1. Introduction to the normal cognitive function and cognitive impairment 1.1 risk factors 1.2 types of cognitive impairment: early onset and late onset 2. AD gene database and polymorphisms 3. APP and Presinilin mutations 3.1 α secretase function 3.2 β secretase function 3.3 ɣ secretase function 3. Aβ, neurofibrillary tangles และ phosphorylated tau proteins formation 4. Lipid and cholesterol metabolism involving in AD 4.1 ApoE polymorphisms (E1, E2, E3 and E4) Assigned readings -

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 20

    วิธีการสอน ใชเ้วลาบรรยาย 2 ชัว่โมง โดยเริม่ตน้จากการทาํความเขา้ใจเน้ือหาทีต่อ้งเรยีนทัง้หมด วตัถุประสงคใ์นการเรยีน จากนัน้จงึเป็นการบรรยาย ตลอดเวลาทีท่าํการบรรยายจะเปิดโอกาสใหนิ้สติซกัถามไดท้นัททีีเ่กดิความไมเ่ขา้ใจในเน้ือหา นอกจากน้ีผูส้อนจะทดสอบความเขา้ใจของผูเ้รยีนดว้ยการถามคาํถามสัน้ ๆ ยอ้นกลบัไปยงัผูเ้รยีนอยูเ่ป็นระยะ ๆ ในตอนทา้ยจะเป็นการสรปุบทเรยีนทีเ่รยีนมาเป็นประเดน็สาํคญัๆ ทีค่วรตอ้งรู ้รวมทัง้หนงัสอือา้งองิทีใ่ชก้นัเป็นสากลในการเรยีน

    ส่ือและอปุกรณ์ท่ีใช้ในการสอน 1. LCD และคอมพวิเตอร ์ 2. เอกสารประกอบการสอน

    การประเมินผล - สอบภาคบรรยายเป็นขอ้สอบแบบอตันยั จาํนวน 5 คะแนน/ชัว่โมง

    ประสบการณ์การเรียนรู ้1. การฟงับรรยายในหอ้งบรรยาย 2. อา่นเอกสารประกอบการสอน 3. คน้ควา้จากตาํราทีไ่ดเ้ขยีนไวใ้นบรรณานุกรมทา้ยเอกสารประกอบการสอน

    เอกสารอ้างอิง 1. Crews L, Rockenstein E, Masliah E. APP transgenic modeling of Alzheimer's disease:

    mechanisms of neurodegeneration and aberrant neurogenesis. Brain Struct Funct. 2010 Mar;214(2-3):111-26.

    2. Guerreiro RJ, Gustafson DR, Hardy J. The genetic architecture of Alzheimer's disease: beyond APP, PSENs and APOE. Neurobiol Aging. 2010 Jun 29.

    3. Bertram L, McQueen MB, Mullin K, Blacker D, Tanzi RE. Systematic meta-analyses of Alzheimer disease genetic association studies: the AlzGene database. Nat Genet. 2007 Jan;39(1):17-23.

    4. Saura CA. Presenilin/gamma-Secretase and Inflammation. Front Aging Neurosci. 2010 May 18;2:16.

    5. Levey A, Lah J, Goldstein F, Steenland K, Bliwise D. Mild cognitive impairment: an opportunity to identify patients at high risk for progression to Alzheimer's disease. Clin Ther. 2006 Jul;28(7):991-1001.

    6. Grösgen S, Grimm MO, Friess P, Hartmann T. Role of amyloid beta in lipid homeostasis. Biochim Biophys Acta. 2010 Aug;1801(8):966-74. 7.

    แผนการสอน

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 21

    หวัเรือ่ง Antibody Engineering ผูส้อน ผศ. ดร. จนัทนา เมฆสปีระหลาด

    จาํนวนชัว่โมง 3 วตัถปุระสงค ์ เมือ่สิน้สดุการเรยีนการสอนนิสติ ฯ สามารถอธบิาย

    1. โครงสรา้งของ immunoglobulins 2. หลกัการการผลติและความแตกต่างระหว่าง polyclonal antibody และ monoclonal

    antibody 3. หลกัการการผลติแอนตบิอดรีปูแบบต่าง ๆ ดว้ย antibody engineering technology 4. หลกัการการผลติแอนตบิอดลีูกผสมและการตรวจสอบคุณสมบตัขิองแอนตบิอดทีีผ่ลติ

    ได ้วิธีการสอน บรรยายประกอบ Power point slides 110 นาท ี ซกัถามในหอ้งเรยีน 10 นาท ี ส่ือและอปุกรณ์ท่ีใช้ Power point slides และ เอกสารประกอบการสอน การประเมินผล สอบขอ้เขยีนแบบอตันยั เน้ือหา 1. Basic structure of immunoglobulins 2. Production of polyclonal antibody 3. Production of monoclonal antibody 4. Organization and expression of immunoglobulin genes 5. Antibody engineering - Chimaeric antibody - Reshaped antibody (CDR-grafted antibody) - Immunotoxin 6. Steps in production of chimaeric antibody เอกสารอ้างอิง

    1. Goldsby RA, Kindt TJ, and Osborne BA, Kuby – Immunology 4th edition.WH Freeman and Company, New York 2000. 2. Abbas AK, Lichtman AH, Pillai S. Cellular and Molecular Immunology. 6th ed. Saunders (Elsevier). 2007. 3. McCafferty J, Hoogenboom HR, Chiswell DJ. Antibody engineering: A practical approach. Oxford University Press, New York, USA. 1996. 4. Mekseepralard C, Toms GL, Routledge EG. Protection of mice against Human respiratory syncytial virus by wild-type and aglycosyl mouse-human chimaeric IgG

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 22

    antibodies to subgroup conserved epitopes on G glycoprotein. 2006; 87: 1267-1273.

    แผนการสอน

    หวัข้อเรื่อง System biology I& II ผูส้อน อ.ดร. ตรนุีช สายทอง

    จาํนวนชัว่โมง 6

    วตัถปุระสงค ์ เมือ่สิน้สดุการเรยีนการสอนนิสติสามารถ

    1. อธบิาย Systems biology 2. นํา Bioinformatics ไปประยกุตใ์ช ้

    เน้ือหา

    1. Introduction to Systems Biology 2. Variation 3. Traditional Biology 4. Central dogma 5. Novel Biology 6. Bioinformatics 7. Systems biology I 8. Synthetic biology II

    การจดัประสบการณ์การเรียนรู้ 1. ฟงับรรยายในหอ้งบรรยาย 2. คน้ควา้จากตาํราเพิม่เตมิในหอ้งสมดุ หรอืจาก internet

    ส่ือและอปุกรณ์ท่ีใช้ Powerpoint presentation การวดัผล ขอ้สอบอตันยั เอกสารอ้างอิง

    1. Snoep, Jacky L; Westerhoff, Hans V (2005). "From isolation to integration, a systems biology approach for building the Silicon Cell". In Alberghina, Lilia; Westerhoff, Hans

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 23

    V. Systems Biology: Definitions and Perspectives. Topics in Current Genetics. 13. Berlin: Springer-Verlag. pp. 13–30.

    2. Kitano, Hiroaki (2001). Foundations of Systems Biology. MIT Press. pp. 320. ISBN 978-0-262-11266-6.

    3. Kaneko, Kunihiko (15 September 2006). Life: An Introduction to Complex Systems Biology. Springer-Verlag. pp. 371.

    4. Alon, Uri (2006). An Introduction to Systems Biology: Design Principles of Biological Circuits. Chapman & Hall. pp. 301.

    2. แผนการประเมินผลการเรียนรู้ การประเมิน 100 %

    สอบบรรยาย 95 % - สอบครัง้ท่ี 1 45 % - สอบครัง้ท่ี 2 50 % - รายงาน 5 %

    หมวดท่ี 6 ทรพัยากรประกอบการเรียนการสอน

    1. ตาํราและเอกสารหลกั - เอกสารคาํสอน และเอกสารคาํบรรยายของอาจารย์ผู้สอนแต่ละท่าน

    2. เอกสารและข้อมลูสาํคญั 1. McHughen, A.; Smyth, S. (2008). "US regulatory system for genetically modified [genetically modified organism (GMO), rDNA or transgenic] crop cultivars". Plant biotechnology journal 6 (1): 2–12. 3. Hunt SP, Livesey R. Functional Genomics: A Practical Approach (2000) Oxford University

    Press. 4. Dardel F, Kepes F. (Translated by Hardy N) Bioinformatics: Genomics and post-genomics

    (2006) John Wiley & Sons Ltd. 5. Nandedkar TD. Nanovaccines : recent developments in vaccination. J Biosci

    2009;34(6):995-100. 6. Heidecker B, Hare JM. The use of transcriptomic biomarkers for personalized medicine.

    Heart Fail Rev. 2007 Mar;12(1):1-11.

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 24

    7. Weeratna RD, McCluskie MJ, Davis HL. DNA vaccines: an overview. Vaccine:Children&Practice 2001;4:10-15.

    8. Phansuwan-Pujito P, Boontem P, Chetsawang B, Ebadi M, Govitrapong P. Dopamine transporter immunoreactive terminals in the bovine pineal gland. Neurosc Letter 2006; 403: 78-83.

    9. Pongsunk S, Andrianopoulos A, Chaiyaroj SC. Conditional lethal disruption of TATA-binding protein gene in Penicillium marneffei. Fungal Genet Biol 2005 ; 42: 893-903.

    10. Goldsby RA, Kindt TJ, and Osborne BA, Kuby – Immunology 4th edition.WH Freeman and Company, New York 2000.

    11. Abbas AK, Lichtman AH, Pillai S. Cellular and Molecular Immunology. 6th ed. Saunders (Elsevier). 2007.

    12. McCafferty J, Hoogenboom HR, Chiswell DJ. Antibody engineering: A practical approach. Oxford University Press, New York, USA. 1996.

    13. Lai et al. 2006. Endoplasmic reticulum stress: signaling the unfolded protein response. Physiology 22: 193-201.

    14. Crews L, Rockenstein E, Masliah E. APP transgenic modeling of Alzheimer's disease: mechanisms of neurodegeneration and aberrant neurogenesis. Brain Struct Funct. 2010 Mar;214(2-3):111-26.

    15. Guerreiro RJ, Gustafson DR, Hardy J. The genetic architecture of Alzheimer's disease: beyond APP, PSENs and APOE. Neurobiol Aging. 2010 Jun 29.

    16. Alon, Uri (2006). An Introduction to Systems Biology: Design Principles of Biological Circuits. Chapman & Hall. pp. 301.

    17. Kitano, Hiroaki (2001). Foundations of Systems Biology. MIT Press. pp. 320. ISBN 978-0-262-11266-6.

    18. เอกสารและข้อมลูแนะนํา

    -ขอ้มลูแนะนําเพิม่เตมิจากอาจารยผ์ูส้อนและเอกสารอา้งองิในแผนการสอนของอาจารยแ์ต่ละทา่น

    หมวดท่ี 7 การประเมินและปรบัปรงุการดาํเนินการของรายวิชา

    1. กลยทุธก์ารประเมินประสิทธิผลของรายวิชาโดยนักศึกษา

    กาํหนดแบบฟอรม์ทประเมนิรายวชิา โดยเปิดโอกาสให้นิสติเขยีนข้อเสนอแนะได้เตม็ที่โดยที่นิสติไม่ต้องใส่ช่ือ และทาํหลงัจบการเรีย่นการสอนของรายวชิาทนัท ี

    2. กลยทุธก์ารประเมินการสอน - มีการประเมินการสอนของอาจารย์ผู้สอนทุกท่าน

  • มคอ. 3

    คณะ……แพทยศาสตร.์................. มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ หนา้ 25

    - เปิดโอกาสให้อาจารย์ท่านอื่นและผู้สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการสงัเกตการณบ์รรยากาศการเรียน

    3. การปรบัปรงุการสอน - นาํผลการประเมินการสอน และผลจากการประเมินรายวิชา ตลอดจนข้อเสนอแนะต่างๆ จาก นิสติ มาพิจารณาและหาแนวทางปรับปรงุวิธกีารสอน - อาจารยผ์ูร้บัผดิชอบวชิา รายงานผลการดาํเนินการรายวชิาต่อคณะกรรมการบรหิารหลกัสตูรเมือ่ จบภาคการศกึษา ในระหวา่งการประชุมหลกัสตูรอณูชวีวทิยาทีจ่ดัทุกเดอืน และวางแผนปรบัปรงุ/ พฒันาการดาํเนินงาน

    4. การทบทวนสอบมาตรฐานผลสมัฤทธ์ิของนักศึกษาในรายวิชา - พิจารณากล่ันกรองทบทวนข้อสอบ ระหว่างประธานรายวิชาและผู้สอนในแต่ละหัวข้อ - ทบทวนการตดัเกรดโดยคณะกรรมการหลกัสตูรและคณะกรรมการบริหารของคณะ - นิสติทวนสอบโดยมคีณะกรรมการพจิารณาความเหมาะสมของขอ้สอบและการตดัสนิผลการเรยีน

    5. การดาํเนินการทบทวนและการวางแผนปรบัปรงุประสิทธิผลของรายวิชา

    -ผู้รับผดิชอบรายวิชาแจ้งผลการประเมินรายวิชาแก่คณะกรรมการหลักสตูรและผลการประเมินการสอนแก่ผู้สอนเพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรงุต่อไป เช่น สื่อการเรียนการสอน และเน้ือหาใหม่ให้ทนัสมัยอยู่เสมอ