แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการ...

Preview:

Citation preview

แบบทดสอบกอนเรยน หนวยการเรยนรท 1

เรอง ความรเบองตนเกยวกบหองสมด ชนมธยมศกษาปท 4

จดประสงคการเรยนร เพอประเมนความรเดมของนกเรยนเกยวกบเรอง ความรเบองตนเกยวกบหองสมด ค าแนะน า ขอใหนกเรยนอานขอสอบตอไปนทละขอแลวตอบค าถามโดยท าเครองหมาย X ในขอทเหนวาถกตองทสดในกระดาษค าตอบ ทงนนกเรยนมเวลาท าขอสอบชดน 10 นาท 1. ขอใดคอความหมายของหองสมด

ก. สถานทเกบรวบรวมหนงสอเพอการศกษา ข. สถานทเกบรวบรวมวสดหองสมดเพอการศกษา มการจดบรหารและบรการอยางมระบบ ค. สถานทเกบรวบรวมวสดตางๆเพอการศกษา ง. สถานทเกบรวบรวมวสดสงพมพเพอการศกษาคนควาวจย และมการจดหมวดหมอยางเปนระบบ

2. หองสมดควรจดหาหนงสอประเภทศลปะ ศาสนา ชวประวต ใหแกผใช เพอวตถประสงคใด ก. ขาวสารความร ข. การรกษาศลปวฒนธรรม ค. ความจรรโลงใจ ง. การพกผอนหยอนใจ

3. หองสมดตรงกบค าใดในภาษาองกฤษ ก. Librarian ข. Library ค. Libiory ง. Libriary

4. หองสมดทมบทบาทดานการคนควาวจยมากทสด คอขอใด ก. หองสมดประชาชน ข. หองสมดมหาวทยาลย ค. หองสมดโรงเรยน ง. หองสมดเฉพาะ

5. หองสมดในขอใดทเปนแหลงใหการศกษาคนควาตลอดชวต ก. หองสมดเฉพาะ

ข. หองสมดโรงเรยน ค. หองสมดมหาวทยาลย ง. หองสมดประชาชน

6. เมอนกเรยนอานวารสารหรอหนงสอพมพเสรจแลว ควรปฏบตอยางไร ก. วางไวบนโตะทนงอาน ข. น าไปซอนไวเพอใหเพอนอานตอ ค. สงคนทเคานเตอรยม – คน ง. น าไปเกบทชนวางใหเรยบรอย

7. ขอใดเปนการปฏบตตนทถกตองในการเขาใชหองสมดโรงเรยนเฉลมขวญสตร ก. อานหนงสอบนโตะเสรจแลวใหน าไปวางทรถเขนหนงสอ ข. เมอเขาใชหองสมดควรน ากระเปาเขาไปดวย เพอปองกนการหาย ค. น าอาหารและเครองดมเขาไปรบประทาน ง. ขดเสนใตขอความทชอบลงในหนงสอ

8. หองสมดสวนใหญจะใหบรการยมหนงสอในก าหนดกวน ก. 1 วน ข. 3 วน ค. 5 วน ง. 7 วน

9. นกเรยนควรสงหนงสอทยมไปจากหองสมดเมอใด ก. สงเมอไดรบค าเตอนจากบรรณารกษ ข. สงหลงวนก าหนดสง ค. สงเมออานหรอใชหนงสอเสรจแลวแมจะยงไมถงวนทก าหนดสงกตาม ง. สงตามวนทก าหนดสง

10. เมอนกเรยนท าหนงสอหองสมดหาย ควรปฏบตตนอยางไร ก. จายเงนคาหนงสอ ข. งดใชหองสมด ค. รบตดตอหองสมดทนทเพอดวามผเกบมาสงหรอไม ง. ซอหนงสอมาใชแทน

สาระส าคญ หองสมดเปนแหลงใหการศกษาคนควาแกผใช โดยผใชหองสมดควรไดทราบถงวตถประสงค ในการจดตงหองสมด ทราบประเภทของหองสมด ขอควรปฏบตและระเบยบการยมหนงสอ

ผลการเรยนรทคาดหวง นกเรยนมความร ความเขาใจเกยวกบหลกเกณฑเบองตนของหองสมด ตระหนกถงคณคา สามารถปฏบตตามระเบยบการยมหนงสอได

จดประสงคการเรยนร 1. อธบายความหมาย และบอกวตถประสงคของหองสมดได 2. จ าแนกประเภทของหองสมดได 3. อธบายขอควรปฏบตในการเขาใชหองสมด และระเบยบการยมหนงสอได 4. ปฏบตการยมหนงสอจากหองสมดไดถกตอง

เนอหา 1. ความหมายและความส าคญของหองสมด 2. ประโยชน และองคประกอบของหองสมด 3. วตถประสงคของหองสมด 4. ประเภทของหองสมด 5. ลกษณะของหองสมดสมยใหม 6. ลกษณะของหองสมดทด 7. บรการของหองสมด

8. หองสมดของเรา (หองสมดโรงเรยนจฬาภรราชวทยาลย พษณโลก) 9. มารยาทและขอควรปฏบตเมอเขาใชหองสมด 10. แหลงสารนเทศ

ความหมายของหองสมด

หองสมด (Library) คอ สถานททรวบรวมความรไวในรปของสงพมพ และโสตทศนวสด โดยมบรรณารกษเปนผด าเนนงานเพออ านวยความสะดวกในดานบรการใหแกผใช

ประโยชน ของหองสมด 1. ดานการเรยนการสอน 2. ดานการคนควาวจยเพอใหเกดความรใหม 3. ดานศลปวฒนธรรม 4. ดานด ารงชวต 5. ดานเศรษฐกจ 6. ใชขอมลในการตดสนใจไดอยางถกตองเหมาะสม

องคประกอบของหองสมด 1. สถานท 2. ทรพยากรสารนเทศ 3. บรรณารกษและเจาหนาท 4. งบประมาณ

วตถประสงคของหองสมด 1

1. เพอการศกษา (Education) คอ เปนแหลงหาความรเพมเตมจากค าสอนของคร อาจารย หองสมดจงจดหาหนงสอประเภท ต ารา สารคด วชาการตางๆไวใหผใชไดศกษาคนควา

2. เพอขาวสารและความร (Information) คอเปนสถานททใหค าตอบเกยวกบปญหาตางๆ แกผทใฝหาความร ตดตามขาวความเคลอนไหวทงภายในและตางประเทศ หองสมดจงจดหา หนงสอพมพและวารสารไวใหบรการแกผใช _________________________________________ 1 ชนะ เวชกล. หองสมดและการศกษาคนควา : บรรณ 101. 2525. หนา 4. 2 ลมล รตตากร. การใชหองสมด. 2530. หนา 17.

3. เพอการคนควาวจย (Research) คอเปนสถานทของการศกษาคนควาวทยาการตางๆ

ใหลกซง เพอใหผศกษาเกดความแตกฉาน ท าใหเกดผลงานการคนควาใหมๆขนมา ในหองสมดระดบอดมศกษา จะจดใหมเอกสารงานวจยเหลานเปนจ านวนมาก

4. เพอความจรรโลงใจ (Inspiration) คอเปนศนยกลางทจะกอใหเกดความบนดาลใจ ในทางสรางสรรค ดวยการอานหนงสอดๆท าใหสขใจ เกดความชนชมในความคดทดงามของผอน หองสมดจดหาหนงสอประเภทศาสนา ศลปะ ชวประวต ไวใหผใชไดอาน 5. เพอการพกผอนหยอนใจ (Recreation) คอเปนแหลงพกสมองใหคลายความเครงเครยด โดยหองสมดจดหาโสตทศนวสด ไดแก แถบบนทกเสยง วดทศน ซดรอม ฯลฯ ใหบรการแกผใช

ประเภทของหองสมด หองสมดแบงออกเปน 5 ประเภท 2 คอ 1. หอสมดแหงชาต (National library) จดตงขนเพอใหบรการแกประชาชนทวไป เปนทเกบ รวบรวมสงพมพทผลตขนในประเทศทงหมด รวมทงตนฉบบตวเขยน อนญาตใหเขาใชศกษาคนควาแตไมใหยมออก โดยอยในความรบผดชอบของกรมศลปากร กระทรวงวฒนธรรม

2. หองสมดประชาชน (Public library) จดตงขนเพอใหบรการแกประชาชนโดยไมจ ากดเพศ วย และความร มสงพมพทหลากหลาย นบเปนแหลงใหการศกษาคนควาตลอดชวต อยในความรบผดชอบของกรมการศกษานอกโรงเรยน กระทรวงศกษาธการ

3. หองสมดโรงเรยน (School library) จดตงขนเพอสนบสนนและสงเสรมดานการเรยน การสอน การสงเสรมการอานและการใชเวลาวางใหเกดประโยชน แกนกเรยน – คร –อาจารย ในโรงเรยน

4. หองสมดวทยาลยและมหาวทยาลย ( College and university library) จดตงขน เพอสนบสนนและสงเสรมดานการเรยนการสอน ตลอดจนการคนควาวจย ใหเกดแกนสต – นกศกษา อาจารย ในสถาบน 5. หองสมดเฉพาะ (Special library) จดตงขนโดยหนวยงานของรฐหรอเอกชน เพอใหบรการ แกบคลากรทท างานในหนวยงานของตน สวนมากมสงพมพเฉพาะดาน เชน หองสมด กรมวทยาศาสตร หองสมดกรมการคาภายใน หองสมดรฐสภา หองสมดหนงสอพมพไทยรฐ หองสมดหนงสอพมพมตชน เปนตน

ลกษณะของหองสมดสมยใหม 1. จดตงขนเพอมงใหบรการและพยายามหาวธการใหมผมาใชบรการมากทสด 2. จดบรการแบบชนเปด

3. มการจดหมวดหมหนงสอไวตามเนอเรองตามระบบสาดลนยม

4. หาวธการใหผอานใชหนงสอสงพมพหรอเขาถงขอมลอยางสะดวกรวดเรว

5. มเงนงบประมาณด าเนนการสนบสนนเปนประจ า สม าเสมอและเพยงพอ

6. มบรรณารกษทมคณวฒ มประสบการณ มบคลกลกษณะทเหมาะสม

7. ขยายขอบเขตการใหบรการออกไปใหถงชมชนในทองถน

8. น าเอาเทคโนโลยสมยใหมเขามาใชในการบรหารจดการงานบรการหองสมด

9. มระบบหองสมดอตโนมยททนสมยเปนสากลไวใหบรการ

หองสมดในยคโลกาภวตน

สงคมสารสนเทศเปนสงคมทท าใหมนษยมความจ าเปนในการเรยนร การคดเลอกสารสนเทศจ านวนมากจากแหลงตางๆ เพอใหสามารถใชประโยชนจากสารเทศทมคณภาพไดตรงความตองการ ค าวา “เทคโนโลยสารสนเทศ” หมายถงเทคโนโลยคอมพวเตอร เทคโนโลยการสอสาร ฐานขอมลและอปกรณอเลกทรอนกสตางๆ หองสมดในยคนจงเปลยนไปตามความกาวหนาของเทคโนโลยและวฒนธรรมการเรยนรของคนในสงคม การด าเนนงานของหองสมดเปลยนไปโดยเฉพาะอยางยงในอนาคตรปแบบของการจดเกบ และการน าเสนอขอมลของหองสมดจะมงเนนการสรางฐานขอมล ซงเปนการจดการและใหบรการทรพยากรสารสนเทศในหลายรปแบบมากขนในรปสอสงพมพและในรปดจทล จากความกาวหนาของเทคโนโลยท าใหโลกมนษยเราแคบและเลกลง เกดสภาพของหองสมดไรพรมแดนขนในโลก ท าใหเกดการลนไหลถายเทของศาสตรตางๆ รวมถงคานยมวฒนธรรมของสงคมหนงสสงคมอนๆ ทวโลกอยางตอเนองท าใหมผลอยางยงตอการปรบตวของหองสมดตางๆ ทวโลกในปจจบน ลกษณะของหองสมดยคใหมในบทบาทของหองสมดอเลกทรอนกส ไดแก 1. มการน าเทคโนโลยคอมพวเตอร และเทคโนโลยการสอสาร เขามาเกยวของในการด าเนน งานของหองสมดทงในดานกระบวนการท างาน และ ดานการบรการผใช 2. มระบบโปรแกรมอตโนมตในการจดการงานดานตาง ๆของหองสมด ไดแก งานจดหา งานวเคราะหทรพยากรสารสนเทศ งานบรการยม - คน งานสบคนขอมล และ งานดานวารสาร _____________________________________

1 สนทร เซยงวอง. คมอการใชหองสมดโรงเรยนเฉลมขวญสตร. 2549. หนา 2.

3. มทรพยากรทเปนขอมลอยในรปแบบดจตอล ไดแก ขอมลทเปนตวอกษร รปภาพ เสยง และภาพเคลอนไหว โดยจดเกบขอมลไวในระบบฐานขอมล ในเครองคอมพวเตอรแมขาย และใหบรการขอมลผานเครอขาย 4. มการใชเทคโนโลยในการสรางขอมล การจดเกบ การคนหา และ การเผยแพรผานระบบเครอขาย (น าทพย วภาวน, 2545 : 95 ) 5. มการใหบรการขอมลในลกษณะการใชขอมลรวมกน ผใชสามารถทจะเปดอานขอมล พรอมๆ กน ไดในเวลาเดยวกน ตางสถานทกน โดยผานเครอขายอนเตอรเนต 6. ผใชสามารถทจะใชขอมลไดโดยตรง เปนเนอหาเตมรปแบบ โดยไมตองมาทอาคารหอง สมด เนองจากสามารถเปดอานไดโดย ผานเครอขายอนเตอรเนต

ลกษณะของหองสมดทด (อ าไพวรรณ ทพเปนไทย 2540 : 5-6) 1. มหนงสอและวสดสงพมพ โสตทศนวสดไวส าหรบใหบรการแกผใชอยางกวางขวาง

2. มบรการใหยมหนงสอ วสดสงพมพและไมตพมพอน ๆ แกผใชหองสมด

3. จดบรการแนะน าการอาน บรการตอบค าถามและชวยการคนควาโดยมบรการทหลากหลาย

4. จดหาหนงสออางองททนสมย

5. มการจดหนงสอเปนหมวดหมตามระบบสากล

6. จดท าคมอหรอเครองมออ านวยความสะดวกในการคนหาทรพยากรสารนเทศ

7. จดบรการแนะน าหนงสอด

8. จดสถานทใหสะอาดเรยบรอยเหมาะสมส าหรบเปนหองสมดเพอใหผใชบรการไดรบความสะดวกตามสมควร

9. จดบรการสงอ านวยความสะดวกอนๆ

10. มงบประมาณส าหรบด าเนนงาน

บรการของหองสมด 1. บรการยม – คน โดยยดระเบยบการยม-คนของหองสมด 2. บรการถายส าเนาโดยคดคาบรการ 3. บรการตอบค าถามและชวยการคนควา 4. บรการรวบรวมบรรณานกรม 5. บรการบรรณนทศน 6. บรการจดปายนเทศเพอประกาศหรอเสนอเรองราวทนาสนใจ

__________________________________ 1 สนทร เซยงวอง. คมอการใชหองสมดโรงเรยนเฉลมขวญสตร. 2549. หนา 2.

7. บรการใหศกษาคนควาภายในหองสมด 8. บรการแนะน าวธใชเครองมอคนตางๆ 9. บรการใหค าแนะน าเกยวกบใชหองสมด 10. บรการขาวสารทนสมย 11. บรการอนๆ

ประวตของหองสมดในตางประเทศ 700 ปกอนครสตศกราช หองสมดเมองนเนเวห (Nineveh) เมองหลวงของอสสเรย (Assyria) จดเปน

หองสมดยคแรกๆ บนทกขอมลบนหนง บนมวนกระดาษทท าจากตนกก และแผนหน 384-322 ปกอนครสตศกราช หองสมดทเมองอเลกซาน-เดรย (Alexandria) กอตงโดยครอบครวปโตเลม (Ptolemy) มหนงสอจ านวนมาก รวมทงส าเนาบทละครทเปนทางการของนกเขยนโศกนาฏกรรมของกรซ งานในภาษาเอธโอเปยน เปอรเชยน ฮบร และฮนด สนนษฐานวามถง 70,000 เลม แตถกเผาท าลายเมอ พ.ศ.246 (47 ปกอนครสตศกราช) ตนศตวรรษท 6 เรมจดหองสมดสมยใหมพรอมกบการปกครองของเซนต เบนนดคท (St. Benedict) ปลายศตวรรษท 15 สรางหองสมดแยกจากโบสถวหารทเมองแคนเทอรเบอร (Canterbery)

ประวตของหองสมดในประเทศไทย สมยสโขทย (พ.ศ. 1800 - 1920) พอขนรามค าแหงมหาราชไดทรงประดษฐอกษรไทยขนในป

พ.ศ. 1826 ไดจารกเรองราวตางๆ ลงบนแผนหนหรอเสาหน คลายกบหลกศลาจารกของพอขนรามค าแหงมหาราช ทจารกเมอประมาณ 700 ปมาแลว ซงหลกศลาจารกของพอขนรามค าแหงมหาราชถอเปนหนงสอเลมแรกของไทย เมอพอขนรามค าแหงมหาราชสงสมณฑตไปสบศาสนาทลงกา กรบพทธศาสนาลทธลงกาวงศเขาสกรงสโขทย พรอมทงคมภรพระไตรปฎก โดยสนนษฐานวาจารกลงในใบลาน ดงนนพระในเมองไทยจงมการคดลอกพระไตรปฎกทเรยกวา การสรางหนงสอ ท าใหมหนงสอทางพทธศาสนาเกดขนจ านวนมากทเรยกวา หนงสอผกใบลาน จงสรางเรอนเอกเทศส าหรบเกบหนงสอทางพทธศาสนา เรยกวา หอไตร และในปลายสมยกรงสโขทยไดมวรรณกรรมทางศาสนาทส าคญคอ ไตรภมพระรวง ซงเปนพระนพนธในสมเดจพระมหาธรรมราชาท 1 พญาลไทย _________________________________________ 1 สนทร เซยงวอง. คมอการใชหองสมดโรงเรยนเฉลมขวญสตร. 2549. หนา 2.

สมยกรงศรอยธยา (พ.ศ. 1893 - 2310) ไดมการสรางหอหลวงไวในพระบรมมหาราชวงเปนทส าหรบเกบหนงสอของทางราชการ ตอมาในป พ.ศ. 2310 ทงหอไตรและหอหลวงไดถกพมาท าลายไดรบความเสยหาย สมยกรงธนบร (พ.ศ. 2310 - 2325) พระเจาตากสนไดโปรดใหขอยมพระไตรปฎกจากเมองนครศรธรรมราชมาคดลอกและโปรดเกลาฯ ใหสรางหอพระไตรปฎกหลวง หรอเรยกวา หอหลวง สมยกรงรตนโกสนทร (พ.ศ. 2325 - ปจจบน)

1. หอพระมณเฑยรธรรม พระบาทสมเดจพระพทธยอดฟาจฬาโลก ไดโปรดเกลาฯ ใหสรางหอพระมณเฑยรธรรมขนเมอ พ.ศ 2326 ในพระบรมมหาราชวงบรเวณวดพระศรรตนศาสดาราม เพอเกบพระไตรปฎกหลวง แตถกไฟไหม จงโปรดใหสรางขนใหมและใชนามเดม 2. จารกวดพระเชตพนวมลมงคลาราม (วดโพธ) พระบาทสมเดจพระนงเกลาเจาอยหว ไดโปรดเกลาฯ ใหปฏสงขรณวดพระเชตพนฯ ซงสรางขนในสมยกรงศรอยธยา และใหรวบรวมเลอกสรรต าราตางๆ มาตรวจตราแกไขแลวจารกลงบนแผนศลาประดบไวในบรเวณตางๆ ของวด มรปเขยนและรปปนประกอบต ารานนๆ แตทรจกกนแพรหลายคอ รปปนฤาษดดตนในทาตางๆ ทถอเปนตนต ารบการนวดและต ารายาไทย ซงเปนตนต ารบการแพทยแผนไทยมาจนกระทงทกวนน นอกจากนนยงมความรอกมากมายท จารกไว จนท าใหจารกวดพระเชตพนวมลมงคลาราม ไดชอวาเปนมหาวทยาลยแหงแรกของไทย และไดรบการยกยองใหเปนหองสมดประชาชนแหงแรกของไทย 3. หอพระสมดวชรญาณ พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว โปรดใหสรางขนในป พ.ศ. 2424 เพอเฉลมพระเกยรตของพระบาทสมเดจพระจอมเกลาเจาอยหว 4. หอพทธศาสนสงคหะ พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว ทรงสรางขนทวดเบญจมบพตร เมอ พ.ศ. 2443 เพอเกบหนงสอตางๆ เกยวกบพระพทธศาสนา 5. หอสมดส าหรบพระนคร พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหวทรงสรางขนเมอ พ.ศ. 2448 โดยโปรดเกลาฯ ใหรวมหอพระมณเฑยรธรรม หอพระสมดวชรญาณ และหอพทธศาสนาสงคหะเขาเปนหอเดยวกน และพระราชทานนามวา หอพระสมดวชรญาณส าหรบพระนคร 6. หอสมดแหงชาต พระบาทสมเดจพระปกเกลาเจาอยหว ไดสรางขนเมอ พ.ศ. 2468 โดยใหแยกหองสมดออกเปน 2 หอ คอ แยกหนงสอตวเขยน ไดแก สมดไทย หนงสอจารกลงในใบลาน สมดขอย ศลาจารก และตลายรดน าไปเกบไวทพระทนง ศวโมกขพมาน ซงอยในบรเวณพพธภณฑสถานแหงชาต ใชส าหรบเกบหนงสอตวเขยน และเรยกวา หอพระวชรญาณ สวนหอสมดทตงขนทตกถาวรวตถใชเกบหนงสอตวพมพ เรยกวา หอพระสมดวชราวธ 7. หอจดหมายเหต พระบาทสมเดจพระมงกฏเกลาเจาอยหว โปรดเกลาฯ ใหสรางขนเมอ พ.ศ. 2459 มงานดงน - งานจดหาเอกสารและบนทกเหตการณ - งานจดเกบเอกสาร

- งานบรการเอกสาร - งานซอมแซมและบรณะเอกสาร - งานไมโครฟลม และถายส าเนาเอกสาร

หองสมดของเรา

หองสมดโรงเรยนจฬาภรณาชวทยาลย พษณโลก วนเวลาเปดบรการ หองสมดเปดใหบรการ ดงน ชวงเปดภาคเรยน วนจนทร – ศกร 07.30 - 19.00 น. วนอาทตย 09.00 - 14.00 น. ปดบรการในวนหยดนกขตฤกษและเสารอาทตยทนกรยนกลบบาน

ขอควรปฏบตในการเขาใชหองสมด 1

1. ไมน ากระเปา ถงตางๆ อาหารและเครองดมเขาหองสมด 2. ไมสงเสยงดงขณะเขาใชเนองจากเปนทรบกวนผใชหองสมดคนอนๆ 3. ไมทงเศษกระดาษ หรอเศษขยะอนๆ ลงพน ใหทงในถงขยะทหองสมดจดไวให 4. ทกครงทน าหนงสอจากชนมาอานทโตะเสรจแลวไมตองเกบเขาชนหนงสอเพราะอาจเกบผดท

ใหน าไปเกบบนรถเขนหนงสอหรอบนโตะวางหนงสอทหองสมดจดไวให (ยกเวนถาเปนหนงสอใหม เมอน ามาอานเสรจแลวควรเกบเขาตจดแสดงหนงสอใหมตามเดม) และถาอยในบรเวณชนหนงสอ เมอหยบหนงสอออกจากชนใหน าเกบเขาชนหนงสอตามเดม ไมควรวางไวระเกะระกะ สวนวารสาร และหนงสอพมพเมออานแลวควรเกบทชนวางใหเรยบรอย

5. เมอลกจากทนงใหเลอนเกาอกลบทเดมทกครง และควรชวยกนดแลโตะ – เกาอใหเปนระเบยบ เรยบรอยอยเสมอ เพอผใชคนอนๆไดใชนงศกษาคนควาตอไป

6. เมอมปญหาในการเขาใชหองสมดควรปรกษาบรรณารกษ

ระเบยบการยมหนงสอ

หองสมดแตละแหงมระเบยบการยมหนงสอทแตกตางกนไปในขอปลกยอย แตสวนใหญ มกคลายกน ซงมระเบยบการยมหนงสอดงน

1. ผทตองการยมหนงสอ ตองท าบตรสมาชกหองสมดกอน 2. ยมหนงสอทวไป ครงละ 1 - 2 เลม ในก าหนด 7 วน

3. สงหนงสอภายในวนทก าหนดสง ถาสงเกนก าหนดจะตองเสยคาปรบ 4. เมอท าหนงสอหายควรรบตดตอหองสมดทนทเพราะอาจมผเกบมาสง

ส าหรบหองสมดโรงเรยนจฬาภรณราชวทยาลย พษณโลก มระเบยบการยมหนงสอดงน

1. ตองท าบตรสมาชกหองสมดกอน โดยใชรปถายนกเรยนขนาด 1 นวหรอ 2 นว จ านวน 1 รป 2. ใชบตรสมาชกหองสมดยม - คนหนงสอดวยตนเองทกครง 3. ยมไดเฉพาะหนงสอ ดงตอไปน

3.1 หนงสอทวไปและหนงสอคมอ 2 เลม ในก าหนด 7 วน ยมไดตลอดเวลาทหองสมด เปดท าการในวนจนทร – ศกรและเสาร-อาทตยทนกเรยนประจ าอยหอพก ระหวางเวลา 07.10 –16.30 น.

3.2 หนงสออานนอกเวลา 2 เลม ในก าหนด 1 คน ยมไดตงแตเวลา 08..30 น. เปนตนไป และใหสงวนรงขนกอน 09.00 น. ยกเวนยมวนศกรใหสงเชาวนจนทรกอน 09.00 น.

หมายเหต จลสาร กฤตภาค หนงสออางอง หนงสอพมพ วารสาร วารสารเยบเลม และโสตทศนวสดทกชนด ไมอนญาตใหยมกลบบาน 4. สงคนหนงสอภายในวนทก าหนดสง ถาสงเกนก าหนด มระเบยบการปรบดงน

4.1 หนงสอทวไปและหนงสอคมอ ปรบวนละ 2 บาท / เลม 4.2 หนงสออางอง ปรบวนละ 5 บาท / เลม

4.3 หากนกเรยนไมสงหนงสอคนหองสมด หองสมดจะขอระงบ ใบ ปพ. ทหองทะเบยน โดยเมอนกเรยนจบชนมธยมศกษาปท 3 และมธยมศกษาปท 6 จะไมไดใบ ปพ. เพอไปศกษาตอทอนจนกวาจะไดสงคนหนงสอหองสมดใหเรยบรอยกอน 5. ถาท าบตรสมาชกหองสมดหาย ตองรบแจงหองสมดใหทราบทนทเพอยกเลกการใชบตร และหากตองการท าบตรใหม ตองเสยคาธรรมเนยม ในการออกบตรใหม 10 บาท ยกเวนถาบตรช ารดใหเกบบตรทช ารดไปยนทเคานเตอรยม - คนหนงสอ แจงความประสงควาตองการท าบตรใหม จะไมเสยคาธรรมเนยมใดๆ 6. บตรสมาชกหองสมดมอาย 3 ปการศกษา

ความหมายแหลงสารสนเทศ แหลงสารสนเทศ (information sources) หมายถง แหลงทมา แหลงผลต แหลงเผยแพรและใหบรการสารสนเทศ ซงอาจเปนบคคล สอมวลชน และสถาบนบรการสารสนเทศ แหลงสารสนเทศแยกประเภทตามทมาและล าดบการผลต แบงไดเปน 3 ประเภทคอ _________________________________________ 1 สนทร เซยงวอง. คมอการใชหองสมดโรงเรยนเฉลมขวญสตร. 2549. หนา 2.

1. สารสนเทศปฐมภม (primary sources) หมายถง สารสนเทศทเรยบเรยงขนจากประสบการณของผเขยน หรอเปน ผลการคนควาวจย น าเสนอความรใหม ๆ ไดแก รายงานการวจย วทยานพนธ เอกสารการปฏบตงานรายงานการประชมทางวชาการ บทความวารสารวชาการ เอกสารสทธบตร เอกสารมาตรฐาน เอกสารจดหมายเหต 2. สารสนเทศทตยภม (secondary sources) หมายถง สารสนเทศทไดจากการน าสารสนเทศปฐมภมมาสงเคราะหและเรยบเรยงขนใหม เพอเสนอขอคดหรอแนวโนมบางประการ ไดแก หนงสอทวไป หนงสอต ารา หนงสอคมอการท างาน รายงานความกาวหนาทางวทยาการ บทคดยองานวจย บทวจารณหนงสอ วารสารสาระสงเขป เปนตน 3. สารสนเทศตตยภม (tertiary sources) หมายถง สารสนเทศทชแนะแหลงทอยของสารสนเทศปฐมภมและทตยภม จะใหขอมลทางบรรณานกรมของสารสนเทศ ไดแกหนงสอนามานกรม บรรณานกรม และดชนวารสาร เปนตน แหลงสารสนเทศมความส าคญตอความนาเชอถอของขอมล ในการอางองทางวชาการถอวาสารสนเทศจากแหลงปฐมภมเปนสารสนเทศทด มความนาเชอถอในเรองความถกตองตามขอเทจจรงมากกวาสารสนเทศทตยภมและสารสนเทศตตยภ

สรป 1. หองสมดคอสถานทเกบรวบรวมความรไวในรปของสงพมพและโสตทศนวสด โดยมบรรณารกษ เปนผด าเนนงานเพออ านวยความสะดวกในดานบรการใหแกผใช 2. หองสมดมวตถประสงคในการจดตง 5 ประการ คอ 2.1 เพอการศกษา 2.2 เพอขาวสาร และความร 2.3 เพอการคนควาวจย 2.4 เพอความจรรโลงใจ 2.5 เพอการพกผอนหยอนใจ 3. หองสมดแบงเปน 5 ประเภท ไดแก 3.1 หอสมดแหงชาต 3.2 หองสมดประชาชน 3.3 หองสมดโรงเรยน 3.4 หองสมดวทยาลยและมหาวทยาลย 3.5 หองสมดเฉพาะ 4. ขอควรปฏบตในการเขาใชไดแก 4.1.ไมน ากระเปา อาหาร เครองดมเขาหองสมด 4.2 ไมสงเสยงดง 4.3 อานหนงสอไมตองเกบเขาชนยกเวนวารสาร หนงสอพมพ 4.4 มปญหา ในการเขาใชหองสมดควรปรกษาบรรณารกษ 5. ระเบยบการยมหนงสอ ไดแก 5.1 ตองท าบตรสมาชก 5.2 ยมหนงสอ 1-2 เลมในก าหนด 7 วน 5.3 สงหนงสอภายในวนทก าหนดสง 5.4 ท าหนงสอหายตองรบตดตอหองสมด

กจกรรมเสนอแนะ

1. นกเรยนควรหาเวลาวางไปใชหองสมดประเภทตางๆ เชน หองสมดประชาชน หองสมดโรงเรยนอนๆ เพอฝกการใชหองสมด 2. นกเรยนควรสมครเปนสมาชกหองสมดอนๆดวย เชน หองสมดประชาชน เพอศกษา ระเบยบการยม-คน ตลอดจนฝกฝนการยม-คนหนงสอ

ใบงานท 1.1 รายวชา ท 30206 การใชหองสมด เรอง ความรเบองตนเกยวกบหองสมด ชนมธยมศกษาปท 4

ค าชแจง ใหนกเรยนตอบค าถามตอไปน 1. บอกความหมายของหองสมด …………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….. 2. วตถประสงคของหองสมดขอใดส าคญตอนกเรยนมากทสด เพราะเหตใด …………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….. 3. หองสมดประเภทใดทมความส าคญตอนกเรยนมากทสด เพราะเหตใด ? …………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….. 4. ใหอธบายมารยาททนกเรยนคดวาสามารถปฏบตรวมกบผอนไดขณะเขาใชหองสมด 3 ขอ …………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….. 5. บอกประเภทหนงสอทนกเรยนสามารถยมไดจากหองสมดโรงเรยนของเรา …………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………..

ใบงานท 1.3 รายวชา ท 30206 การใชหองสมด เรอง การยมหนงสอ ชนมธยมศกษาปท 4

ค าชแจง 1) ใหน ารปถายนกเรยนขนาด 1 นว หรอ 2 นว สหรอขาว-ด า จ านวน 1 รป ไปสมคร ท าบตรสมาชกหองสมด ณ หองสมดโรงเรยนเฉลมขวญสตร 2) เมอไดบตรสมาชกหองสมดแลว ใหหาหนงสอทสนใจ จ านวน 1 เลม น าไปยมท เคานเตอร ยม – คนหนงสอในหองสมด 3) เกบบตรสมาชกหองสมดและหนงสอทยมไวใหครผสอนตรวจ 4) ส ารวจบตรสมาชกหองสมดและหนงสอทยม แลวตอบค าถามดงตอไปน

1. รหสบารโคดบตรสมาชกหองสมดของนกเรยนคอ …………..…………….……….………… 2. บตรสมาชกหองสมดหมดอายในวนท…………..เดอน………….………พ.ศ……..………… 3. ระเบยบการยมหนงสอทวไป ยมไดจ านวน………..…….เลม ในก าหนด……...…..….วน 4. ระเบยบการยมหนงสออานนอกเวลา ยมไดจ านวน……………เลม ในก าหนด……….…คน 5. หากบตรสมาชกหองสมดสญหาย ตองเสยคาธรรมเนยมในการออกบตรใหม…....………บาท 6. ชอเรองหนงสอทยมคอ………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………….. 7. ชอผแตงหนงสอทยมคอ…………………………………………………..…………………… 8. เลขหมหนงสอทปรากฏบนปกหนงสอขางสนหนงสอคอ…..………………………………… 9. หนงสอยมได…………………………..วน 10. หนงสอสงคนในวนท……..……เดอน……………………….พ.ศ………………………..

สรป 1. หองสมดคอสถานทเกบรวบรวมความรไวในรปของสงพมพและโสตทศนวสด โดยมบรรณารกษ เปนผด าเนนงานเพออ านวยความสะดวกในดานบรการใหแกผใช 2. หองสมดมวตถประสงคในการจดตง 5 ประการ คอ 2.1 เพอการศกษา 2.2 เพอขาวสาร และความร 2.3 เพอการคนควาวจย 2.4 เพอความจรรโลงใจ 2.5 เพอการพกผอนหยอนใจ 3. หองสมดแบงเปน 5 ประเภท ไดแก 3.1 หอสมดแหงชาต 3.2 หองสมดประชาชน 3.3 หองสมดโรงเรยน 3.4 หองสมดวทยาลยและมหาวทยาลย 3.5 หองสมดเฉพาะ 4. ขอควรปฏบตในการเขาใชไดแก 4.1.ไมน ากระเปา อาหาร เครองดมเขาหองสมด 4.2 ไมสงเสยงดง 4.3 อานหนงสอไมตองเกบเขาชนยกเวนวารสาร หนงสอพมพ 4.4 มปญหา ในการเขาใชหองสมดควรปรกษาบรรณารกษ 5. ระเบยบการยมหนงสอ ไดแก 5.1 ตองท าบตรสมาชก 5.2 ยมหนงสอ 1-2 เลมในก าหนด 7 วน 5.3 สงหนงสอภายในวนทก าหนดสง 5.4 ท าหนงสอหายตองรบตดตอหองสมด

กจกรรมเสนอแนะ

1. นกเรยนควรหาเวลาวางไปใชหองสมดประเภทตางๆ เชน หองสมดประชาชน หองสมดโรงเรยนอนๆ เพอฝกการใชหองสมด 2. นกเรยนควรสมครเปนสมาชกหองสมดอนๆดวย เชน หองสมดประชาชน เพอศกษา ระเบยบการยม-คน ตลอดจนฝกฝนการยม-คนหนงสอ

แบบทดสอบหลงเรยน หนวยการเรยนรท 1 รายวชา ท 30206 การใชหองสมด และการเขยนรายงาน

เรอง ความรเบองตนเกยวกบหองสมด ชนมธยมศกษาปท 4

จดประสงคการเรยนร เพอประเมนผลความกาวหนาการเรยนรของนกเรยนในเรอง ความรเบองตนเกยวกบหองสมด

ค าแนะน า ขอใหนกเรยนอานขอสอบตอไปนทละขอแลวตอบค าถามโดยท าเครองหมาย X ในขอทเหนวาถกตองทสดในกระดาษค าตอบ ทงนนกเรยนมเวลาท าขอสอบชดน 10 นาท 1. ขอใดคอความหมายของหองสมด

ก. สถานทเกบรวบรวมหนงสอเพอการศกษา ข. สถานทเกบรวบรวมวสดหองสมดเพอการศกษา มการจดบรหารและบรการอยางมระบบ ค. สถานทเกบรวบรวมวสดตางๆเพอการศกษา ง. สถานทเกบรวบรวมวสดสงพมพเพอการศกษาคนควาวจย และมการจดหมวดหมอยางเปนระบบ

2. หองสมดควรจดหาหนงสอประเภทศลปะ ศาสนา ชวประวต ใหแกผใช เพอวตถประสงคใด ก. ขาวสารความร ข. การรกษาศลปวฒนธรรม ค. ความจรรโลงใจ ง. การพกผอนหยอนใจ

3. หองสมดตรงกบค าใดในภาษาองกฤษ ก. Librarian ข. Library ค. Libiory ง. Libriary

4. หองสมดทมบทบาทดานการคนควาวจยมากทสด คอขอใด ก. หองสมดประชาชน ข. หองสมดมหาวทยาลย ค. หองสมดโรงเรยน ง. หองสมดเฉพาะ

5. หองสมดในขอใดทเปนแหลงใหการศกษาคนควาตลอดชวต

ก. หองสมดเฉพาะ ข. หองสมดโรงเรยน ค. หองสมดมหาวทยาลย ง. หองสมดประชาชน

6. เมอนกเรยนอานวารสารหรอหนงสอพมพเสรจแลว ควรปฏบตอยางไร ก. วางไวบนโตะทนงอาน ข. น าไปซอนไวเพอใหเพอนอานตอ ค. สงคนทเคานเตอรยม – คน ง. น าไปเกบทชนวางใหเรยบรอย

7. ขอใดเปนการปฏบตตนทถกตองในการเขาใชหองสมดโรงเรยนเฉลมขวญสตร ก. อานหนงสอบนโตะเสรจแลวใหน าไปวางทรถเขนหนงสอ ข. เมอเขาใชหองสมดควรน ากระเปาเขาไปดวย เพอปองกนการหาย ค. น าอาหารและเครองดมเขาไปรบประทาน ง. ขดเสนใตขอความทชอบลงในหนงสอ

8. หองสมดสวนใหญจะใหบรการยมหนงสอในก าหนดกวน ก. 1 วน ข. 3 วน ค. 5 วน ง. 7 วน

9. นกเรยนควรสงหนงสอทยมไปจากหองสมดเมอใด ก. สงเมอไดรบค าเตอนจากบรรณารกษ ข. สงหลงวนก าหนดสง ค. สงเมออานหรอใชหนงสอเสรจแลวแมจะยงไมถงวนทก าหนดสงกตาม ง. สงตามวนทก าหนดสง

10. เมอนกเรยนท าหนงสอหองสมดหาย ควรปฏบตตนอยางไร ก. จายเงนคาหนงสอ ข. งดใชหองสมด ค. รบตดตอหองสมดทนทเพอดวามผเกบมาสงหรอไม ง. ซอหนงสอมาใชแทน

กระดาษค าตอบกอนเรยนและหลงเรยน หนวยการเรยนรท 1

รายวชา ท 30206 การใชหองสมด

และการเขยนรายงาน

เรอง ความรเบองตนเกยวกบหองสมด ชนมธยมศกษาปท 4

กอนเรยน

หลงเรยน

ขอ ก ข ค ง ขอ ก ข ค ง 1 1 2 2 3 3 4 4 5 5 6 6 7 7 8 8 9 9

10 10

รวม..............................คะแนน

รวม..............................คะแนน

บรรณานกรม ชนะ เวชกล. หองสมดและการศกษาคนควา : บรรณ 101. พมพครงท 2. กรงเทพฯ : โอเดยนสโตร, 2525. ลมล รตตากร. การใชหองสมด. พมพครงท 7. กรงเทพฯ : สมาคมหองสมดแหงประเทศไทย, 2530.

สนทร เซยงวอง. คมอการใชหองสมดโรงเรยนเฉลมขวญสตร. พษณโลก : งานเอกสารการพมพ โรงเรยนเฉลมขวญสตร, 2549.

บรรณานกรม ชนะ เวชกล. หองสมดและการศกษาคนควา : บรรณ 101. พมพครงท 2. กรงเทพฯ : โอเดยนสโตร, 2525. ลมล รตตากร. การใชหองสมด. พมพครงท 7. กรงเทพฯ : สมาคมหองสมดแหงประเทศไทย, 2530.

สนทร เซยงวอง. คมอการใชหองสมดโรงเรยนเฉลมขวญสตร. พษณโลก : งานเอกสารการพมพ โรงเรยนเฉลมขวญสตร, 2549.

Recommended