53
1 คคคคคคคคคคคคคคคคคคค แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแ แแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแ แแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แ. แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแ แ. แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แ. แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแ แแ แแแ แ. แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แ. แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แ. แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแ แ. แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแ แแ แแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแ แ. แแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแแแแแแแแแแแแ แแแแแแแ

 · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

  • Upload
    others

  • View
    6

  • Download
    0

Embed Size (px)

Citation preview

Page 1:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

1

คำ�ชแจงสำ�หรบคร

แบบฝกทกษะการอานจบใจความสำาคญ เลมท ๑ หลกการอานจบใจความสำาคญ เลมน จดทำาขนเพอใชประกอบการจดการเรยนร กลมสาระการเรยนรภาษาไทย ชนมธยมศกษาศกษาปท ๔ เพอสงเสรมใหนกเรยนมความรความเขาใจ เรอง หลกการอานจบใจความสำาคญ มากยงขน

ขนตอนการใชแบบฝกทกษะการอานจบใจความสำาคญ เลมท ๑ หลกการอานจบใจความสำาคญ ๑. ศกษาคมอการใชแบบฝกทกษะใหเขาใจ ๒. ชแจงขนตอนการเรยน โดยใชแบบฝกทกษะนใหนกเรยนเขาใจ ๓. ใหนกเรยนทำาแบบทดสอบกอนเรยน จำานวน ๑๐ ขอ ๔. นกเรยนศกษาใบความร ทำาแบบฝกทกษะและตรวจคำาตอบตามเฉลย ๕. ดแลใหนกเรยนปฏบตตามขนตอน และใหคำาแนะนำาเมอนกเรยนพบปญหา

๖. ประเมนผลการเรยนของนกเรยนอยางตอเนอง และใหแรงเสรมในการปฏบตกจกรรมของนกเรยน

๗. ใหนกเรยนทำาแบบทดสอบหลงเรยน จำานวน ๑๐ ขอ เมอศกษาใบความร และทำาแบบฝกทกษะเสรจสน

๘. บนทกผลคะแนนการทำาแบบทดสอบ และแบบฝกทกษะทกครง

ใชเวลาเรยนจำานวน ๓ ชวโมง

Page 2:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

2

คำ�ชแจงสำ�หรบนกเรยน

แบบฝกทกษะการอานจบใจความสำาคญ กลมสาระการเรยนรภาษาไทย ชนมธยมศกษาศกษาปท ๔ เลมท ๑ หลกการอานจบใจความสำาคญ เลมน จดทำาขนเพอใชประกอบการจดการเรยนร เลมนประกอบดวยแบบฝกทกษะยอยจำานวน ๖ แบบฝก เพอใหเกดผลด นกเรยนควรปฏบตตามขนตอนดงน

๑. ศกษาคำาชแจงและคำาแนะนำาการใชแบบฝกทกษะสำาหรบนกเรยนใหเขาใจ

๒. ทำาแบบทดสอบกอนเรยนเพอวดความรพนฐานของนกเรยน ตรวจคำาตอบจากเฉลย แลวบนทกผลคะแนนลงในแบบบนทกการใหคะแนน

๓. ศกษาใบความร และทำาแบบฝกทกษะโดยเรมจากแบบฝกทกษะท ๑ ไปถงแบบฝกทกษะท ๖ ตามลำาดบ เมอพบปญหาใหปรกษาครผสอน

๔. ทำาแบบทดสอบหลงเรยนเพอวดความกาวหนาของนกเรยน ตรวจคำาตอบจากเฉลย แลวบนทกผลคะแนนลงในแบบบนทกการใหคะแนน

๕. ทำาแบบฝกทกษะดวยความตงใจ และมความซอสตย หามดเฉลยคำาตอบลวงหนา พรอมทงทำาแบบฝกทกษะจนครบทกเลม

๖. เปรยบเทยบคะแนนกอนเรยนและหลงเรยนเพอประเมนพฒนาการการเรยนร

Page 3:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

3

ม�ตรฐ�นก�รเรยนรและตวชวด

ม�ตรฐ�น ท ๑.๑ใชกระบวนการอานสรางความรและความคดเพอนำาไปใชตดสนใจ แก

ปญหาในการดำาเนนชวต และมนสยรกการอาน

ตวชวดท ๑.๑ ม.๔/๒ ตความ แปลความ และขยายความเรองทอานท ๑.๑ ม.๔/๓ วเคราะหและวจารณเรองทอานในทก ๆ ดานอยางม

เหตผลท ๑.๑ ม.๔/๔ คาดคะเนเหตการณจากเรองทอานและประเมนเรองท

อานและประเมนคาเพอนำาความรความคดไปใชตดสนใจแกปญหาในการดำาเนนชวต

ท ๑.๑ ม.๔/๕ วเคราะห วจารณ แสดงความคดเหนโตแยงกบเรองทอาน และเสนอความคดใหมอยางมเหตผล

ท ๑.๑ ม.๔/๖ ตอบคำาถามจากการอานประเภทตาง ๆ ภายในเวลาทกำาหนด

ท ๑.๑ ม.๔/๗ อานเรองตาง ๆ แลวเขยนกรอบแนวคด ผงความคด บนทก ยอความ และรายงาน

Page 4:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

4

จดประสงคก�รเรยนร

๑. นกเรยนสามารถบอกความหมายการอานจบใจความสำาคญได๒. นกเรยนสามารถอานจบใจความสำาคญและใจความรองจากขอความ

ทกำาหนดใหได๓. นกเรยนสามารถบอกความหมายขอเทจจรงกบขอคดเหนได ๔. นกเรยนสามารถแยกขอเทจจรงกบขอคดเหนจากขอความท

กำาหนดใหได

แบบทดสอบกอนเรยน

แบบฝกทกษะก�รอ�นจบใจคว�มสำ�คญ เลมท ๑ หลกก�รอ�นจบใจคว�มสำ�คญ

คำ�ชแจง เลอกคำาตอบทถกทสดเพยงขอเดยว ทำาเครองหมาย ทบตวอกษร ก ข ค หรอ ง ( ๑๐ คะแนน )

๑. ขอใดคอสาระสำาคญของการอานจบใจความสำาคญก. อานเพอความรข. อานเพอความบนเทงค. อานเพอหาสาระสำาคญของเรองง. อานเพอคนหาแนวทางในการดำาเนนชวต

๒. ขอใดไมใชจดมงหมายของการอานจบใจความสำาคญก. อานเพอยอเรองสรปเรอง

Page 5:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

5

ข. อานเพอสามารถจำาคำาประพนธชนดตาง ๆ ไดค. อานเพอสามารถปฏบตตามคำาสงและคำาแนะนำาไดง. อานเพอสามารถคาดการณ และหาความจรง แสดงขอคดเหนได

อานขอความตอไปนแลวตอบคำาถามขอ ๓

แมคาซอผลไมจากชาวสวนมาขายทตลาด เขาซอมามาก ๆ เอาใสรถหรอเรอมาขายใหกบเรา

( ทมา : เสนย วลาวรรณ. (๒๕๔๗). ชดพฒนาทกษะภาษา เลม ๓ )

๓. จากขอความขางตน ขอใดคอใจความสำาคญ ก. แมคา ข. ใสรถหรอเรอ ค. เขาซอมามาก ๆ เอาใสรถหรอเรอ ง. แมคาซอผลไมจากชาวสวนมาขายทตลาด

๔. ประโยคใจความสำาคญ หมายถงอะไร ก. ประโยคตอนตนของเรอง ข. ประโยคตอนทายของเรอง ค. ประโยคบอกทมาของเรอง ง. ประโยคทสรปเรองนนไวทงหมด

๕. ขอใดเปนขอคดเหน ก. คนดตกนำาไมไหลตกไฟไมไหม ข. ตนสนขนเรยงรายชายหาดแมรำาพง ค. ตนไมนอกจากจะชวยใหความชมชนยงชวยปองกนลมไดดวย ง. วนหนง ๆ เราควรดมนำาวนละ ๖ - ๘ แกว จะชวยใหผวหนงเตงตง

Page 6:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

6

๖. ขอใดเปนขอเทจจรง ก. วนนอากาศครมฝนคงจะตก ข. การวายนำาเปนการออกกำาลงกายทดทสด ค. การตนนอนแตเชาถอวาเปนกำาไรของชวต ง. จงหวดหนองคายมพรมแดนตดกบประเทศลาว

อานขอความตอไปนแลวตอบคำาถามขอ ๖ ๗–

ฝนเทยม คอ การบงคบเมฆฝนใหตกลงมาเปนฝน โดยใชสารเคมพนเขาไปในกลมเมฆ ชาวบานมกเรยกฝนเทยมวา ฝนหลวง เพราะฝนเทยมเกดจากพระราชดำาร ของพระบาทสมเดจพระเจาอยหวภมพลอดลยเดช เมอทรงเหนความเดอดรอนของเกษตรกรทตองพบกบสภาวะฝนแลง ทำาใหประกอบอาชพไมได

( ทมา : ปราณ บญชม. ( ๒๕๔๙). ภาษาไทย.)

๗. การทำาฝนเทยมทำาอยางไร ก. ใชนำาพนเขาไปในกลมเมฆ ข. ใชสารเคมพนไปในทองอากาศ ค. ใชสารเคมพนเขาไปในกลมเมฆ ง. ใชสารเคมพนเปนละอองไอนำาในชนบรรยากาศ

๘. ทำาไมจงตองมการทำาฝนเทยม ก. เพราะเกษตรกรพบกบสภาวะแหงแลง ข. เพราะเจาหนาทตองการใหมนำาฝนมาก ค. เพราะเกษตรกรเกบกกนำาฝนไวไมได ง. เพราะเจาหนาทตองการใหฝนตกเหนอเขอน

อานขอความตอไปนแลวตอบคำาถามขอ ๔ ๖–

Page 7:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

7

คนตาบอดสจะไมไดรบอนญาตใหมใบขบขยานพาหนะในครอบครอง เนองจากอาการบอดสของตาเปนอปสรรคสำาหรบการบอกสญญาณไฟจราจรบนทองถนน

( ทมา : หนงสอพมพไทยรฐ. ( ๙ ธนวาคม ๒๕๕๔). ตาบอดส. )

๙. ขอความใดเปนใจความสำาคญ ก. คนตาบอดสขบรถ ข. คนตาบอดสกบใบขบข ค. คนตาบอดสจะไมไดรบอนญาตใหมใบขบข ง. อาการบอดสของตาเปนอปสรรคสำาหรบการบอกสญญาณไฟจราจรบนทองถนน

๑๐. ขอความใดเปนใจความรอง ก. คนตาบอดสกบใบขบข ข. คนตาบอดสกบสญญาณไฟ ค. คนตาบอดสจะไมไดรบอนญาตใหมใบขบข ง. เนองจากอาการบอดสของตาเปนอปสรรคสำาหรบการบอกสญญาณไฟจราจร

ใบคว�มรท ๑ ก�รอ�นจบใจคว�มสำ�คญ

Page 8:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

8

ก�รอ�นจบใจคว�มสำ�คญ คอ การอานทมงเนนคนหาสาระสำาคญของขอความหรอของหนงสอ เลมนน วาสวนใดเปนใจความสำาคญทผเขยนนำาเสนอและสวนใดเปนสวนขยายใจความสำาคญใหชดเจน ยงขน สวนทเปนใจความสำาคญอาจอยชวงตน ชวงกลาง หรอชวงทายของเรองหรอยอหนานน ๆ กได

ใจคว�มสำ�คญ คอ ใจความทสำาคญและเดนทสดในยอหนา เปนแกนของยอหนาทสามารถ ครอบคลมเนอความในประโยคอน ๆ ในยอหนานนหรอประโยคทสามารถเปนหวเรองของยอหนานน ได ถาตดเนอความของประโยคอนออกหมด หรอสามารถเปนใจความหรอประโยคเดยว ๆ ได โดย ไมตองมประโยคอนประกอบ ซงในแตละยอหนาจะมประโยคใจความสำาคญเพยงประโยคเดยว หรอ อยางมากไมเกน ๒ ประโยค

ใจคว�มรอง หรอ พลความ ( พน ละ ความ – – ) คอ ใจความ หรอประโยคทขยายความ ประโยคใจความสำาคญ เปนใจความสนบสนนใจความสำาคญใหชดเจนขน อาจเปนการอธบายให รายละเอยด ใหคำาจำากดความ ยกตวอยาง เปรยบเทยบ หรอแสดงเหตผลอยางถถวน เพอสนบสนน ความคดสวนทมใชใจความสำาคญ และมใชใจความรอง แตชวยขยายความใหมากขน คอ รายละเอยด

ลกษณะของใจคว�มสำ�คญ๑. ใจความสำาคญเปนขอความททำาหนาทคลมใจความของขอความ

อน ๆ ในตอนนน ๆ ไดหมด ขอความนอกนนเปนเพยงรายละเอยดหรอสวนขยายใจความสำาคญเทานน

Page 9:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

9

๒. ใจความสำาคญของขอความหนง ๆ หรอยอหนาหนง ๆ สวนมากจะมเพยงประการเดยว ๓. ใจความสำาคญสวนมากมลกษณะเปนประโยค อาจจะเปนประโยคความเดยวหรอประโยค ความซอนกได

จดมงหม�ยของก�รจบใจคว�มสำ�คญ๑. สามารถบอกรายละเอยดของเรองราวทอานไดอยางชดเจน

๒. สามารถปฏบตตามคำาสงและคำาแนะนำาได

๓. เพอฝกการอานเรวและสามารถตอบคำาถามไดอยางถกตอง

๔. สามารถสรปหรอยอเรองทอานได

๕. อานแลวสามารถคาดการณ และหาความจรง แสดงขอคดเหนได

ตวอย�งก�รจบใจคว�มสำ�คญ

ความรก ความเขาใจ คอ สายใยของครอบครว เปนคำาขวญทชนะเลศการประกวดคำาขวญครอบครว ซงตรงกบวนท ๑๔ เมษายน ของทกป

ใจคว�มสำ�คญของเรอง ความรก ความเขาใจ คอ สายใยของครอบครว เปนคำาขวญทชนะเลศการประกวดคำาขวญวนครอบครว

ใจคว�มสำ�คญรอง ซงตรงกบวนท ๑๔ เมษายน ของทกป

ความสมบรณของชวตมาจากความเขาใจชวตพนฐาน คอ การเขาใจธรรมชาต เขาใจความเปนมนษย และความสมพนธทเกอกลกนระหวางมนษยกบมนษย และมนษยกบธรรมชาต มความรกความเมตตาตอเพอนมนษยและธรรมชาตอยางจรงใจ

Page 10:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

10

ใจคว�มสำ�คญของเรอง ความสมบรณของชวตมาจากความเขาใจชวตเปนพนฐาน

ใจคว�มสำ�คญรอง การเขาใจธรรมชาต เขาใจความเปนมนษย และความสมพนธทเกอกลกนระหวางมนษยกบมนษย และมนษยกบธรรมชาต มความรกความเมตตาตอเพอนมนษยและธรรมชาตอยางจรงใจ ( เปนสวนของรายละเอยด )

ผลการวจยพบวา การประทานอาหารเชาทำาใหการทำางานภายในรางกายเปนไปอยางมประสทธภาพ เพราะรางกายไดรบสารอาหารทเพยงพอและมระดบนำาตาลในเลอดอยในระดบปกต

ใจคว�มสำ�คญของเรอง ผลการวจยพบวา การประทานอาหารเชามผลดตอระบบการทำางานภายในรางกาย

ใจคว�มสำ�คญรอง รางกายไดรบสารอาหารทเพยงพอและมระดบนำาตาลในเลอดอยในระดบปกต

ทมา : ฟองจนทร สขยง และคณะ. ( ๒๕๕๗ ). หลกภาษาและการใชภาษา ชนมธยมศกษาปท ๔.

แบบฝกทกษะท ๑

Page 11:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

11

คำ�ชแจง ใหนกเรยนตอบคำาถามตอไปนใหถกตองไดใจความ ( ๑๐ คะแนน )

๑. การอานจบใจความสำาคญ คออะไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................

๒. จดมงหมายของการอานจบใจความสำาคญ คออะไร ( ๕ คะแนน ) ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................

Page 12:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

12

................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................

๓. ลกษณะของใจความสำาคญ คออะไร ( ๓ คะแนน ) ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................

Page 13:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

13

๔. ใจความสำาคญ คออะไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................

เกณฑก�รใหคะแนน

ขอ คะแนน เกณฑก�รใหคะแนน๑ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน๒ ๕ คะแนน - ตอบถกประเดน ประเดนละ ๑ คะแนน

- ตอบไมถกประเดนได ๐ คะแนน๓ ๓ คะแนน - ตอบถกประเดน ประเดนละ ๑ คะแนน

Page 14:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

14

- ตอบไมถกประเดนได ๐ คะแนน๔ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

แบบฝกทกษะท ๒

คำ�ชแจง ใหนกเรยนอานขอความตอไปน แลวตอบคำาถามใหถกตอง ( ๑๐ คะแนน )

๑. อานขอความตอไปน แลวแยกประโยคทเปนใจความสำาคญและใจความรอง ( ๒ คะแนน )

Page 15:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

15

ใบหมอนเปนอาหารของตวไหม ถาเราจะเลยงตวไหมกตองปลกตนหมอนเพราะตวไหมกนใบหมอน

ทมา : จนทรศร นตยฤกษ. (๒๕๕๓). รวมบทความทางวชาการ.

๑.๑ ประโยคใจคว�มสำ�คญ คอ …………………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………....…

๑.๒ ประโยคใจคว�มรอง คอ ………………………………………………………………………

……………………………………………………………..………………………………...………………..

๒. อานขอความตอไปน แลวแยกประโยคทเปนใจความสำาคญและใจความรอง ( ๒ คะแนน )

ความรก ความเขาใจ คอ สายใยของครอบครว เปนคำาขวญทชนะเลศการประกวดคำาขวญครอบครว ซงตรงกบวนท ๑๔ เมษายน ของทกป

ทมา : แววมยรา เหมอนนล. (๒๕๔๑). การอานจบใจความ.

๒.๑ ประโยคใจคว�มสำ�คญ คอ …………………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………....…

Page 16:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

16

๒.๒ ประโยคใจคว�มรอง คอ ………………………………………………………………………

……………………………………………………………..………………………………...………………..

๓. อานขอความตอไปน แลวแยกประโยคทเปนใจความสำาคญและใจความรอง ( ๒ คะแนน )

อรงอตงเปนลงขนาดใหญทมรปรางคลายคน ขนมตามลำาตวยาวสนำาตาลแดง ขาสนและคอนขางเลก ทมา : ไทยรฐ. (๘ กรกฎาคม ๒๕๔๕). ลงอรงอตง.

๓.๑ ประโยคใจคว�มสำ�คญ คอ …………………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………....…

๓.๒ ประโยคใจคว�มรอง คอ ………………………………………………………………………

……………………………………………………………..………………………………...………………..

๔. อานขอความตอไปน แลวแยกประโยคทเปนใจความสำาคญและใจความรอง ( ๒ คะแนน )

Page 17:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

17

ฤดนซอขาวเกรยบมาป งขายตอนเยน ตอนคำา คนตองมาซอแน ๆ เพราะอากาศหนาวคนชอบเดนเทยว และขาวเกรยบเปนอาหารฤดหนาว กนไดทกวน กนไดทกวย

ทมา : แววมยรา เหมอนนล. (๒๕๔๑). การอานจบใจความ.

๔.๑ ประโยคใจคว�มสำ�คญ คอ …………………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………....…

๔.๒ ประโยคใจคว�มรอง คอ ………………………………………………………………………

……………………………………………………………..………………………………...………………..

๕. อานขอความตอไปน แลวแยกประโยคทเปนใจความสำาคญและใจความรอง ( ๒ คะแนน )

ความแตกตางของมนษยและสตวทเหนเดนชด คอ เรองของการใชภาษา มนษยสามารถถายทอดความรความคดออกมาเปนตวเขยน คอ เปนภาษาหนงสอ แตสตวใชไดแตเสยงเทานนในการสอสาร แมแตเสยงหลายทานกยงมความเหนวาสตวจะทำาเสยงเพอแสดงความรสก เชน โกรธ หว เจบปวดเทานน เสยงของสตวไมอาจสอความหมายไดละเอยดลออเทาภาษาพดของมนษย

Page 18:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

18

ทมา : แววมยรา เหมอนนล. (๒๕๔๑). การอานจบใจความ.

๕.๑ ประโยคใจคว�มสำ�คญ คอ …………………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………....…

๕.๒ ประโยคใจคว�มรอง คอ ………………………………………………………………………

……………………………………………………………..………………………………...………………..

เกณฑก�รใหคะแนน

ขอ คะแนน เกณฑก�รใหคะแนน

Page 19:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

19

๑ ๒ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๒ คะแนน- อธบายถกตองชดเจนบางสวนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๒ ๒ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๒ คะแนน- อธบายถกตองชดเจนบางสวนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๓ ๓ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๒ คะแนน- อธบายถกตองชดเจนบางสวนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๔ ๒ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๒ คะแนน- อธบายถกตองชดเจนบางสวนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๕ ๒ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๒ คะแนน- อธบายถกตองชดเจนบางสวนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

ใบคว�มรท ๒ วธก�รอ�นจบใจคว�มสำ�คญ

วธจบใจคว�มสำ�คญ

Page 20:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

20

การจบใจความมหลายอยาง ขนอยกบความชอบวาอยางไร เชน การขดเสนใต การใชสตาง ๆ กน แสดงความสำาคญมากนอยของขอความ การบนทกยอเปนสวนหนงของการอานจบใจความสำาคญทด แตผทยอควรยอดวยสำานวนภาษาและสำานวนของตนเองไมควรยอดวยการตดขอความสำาคญมาเรยงตอกน เพราะอาจทำาใหผอานพลาดสาระสำาคญบางตอนไป อนเปนเหตใหการตความผดพลาดคลาดเคลอนได

วธจบใจคว�มสำ�คญมหลกดงน ๑. อานเรองราวแลวพจารณาทละยอหนา หาประโยคใจความสำาคญของแตละยอหนา ๒. เมออานจบใหตงคำาถามตนเองวา เรองทอาน มใคร ทำาอะไร ทไหน เมอไหร และอยางไร

๓. ตดสวนทเปนรายละเอยดออกได เชน ตวอยาง สำานวนโวหาร อปมาอปไมย (การเปรยบเทยบ) ตวเลข สถต ตลอดจนคำาถามหรอคำาพดของผเขยน ซงเปนสวนขยายใจความสำาคญ ๔. สรปใจความสำาคญดวยสำานวนภาษาของตนเอง

ตวอย�งก�รจบใจคว�มสำ�คญ

คางคาวเปนสตวทออกหากนในเวลากลางคน มนสามารถบนผาดโผนฉวดเฉวยนไปมาโดยไมตอง พงสายตา มนอาศยเสยงสะทอนกลบของตวมนเอง โดยคางคาวจะสงคลนสญญาณพเศษซงสนและ รวดเรว เมอสญญาณไปกระทบสงกดขวางดานหนาจะสะทอนกลบเขามาทำาใหรวามอะไรอยดานหนา มนจะบนหลบเลยงได แมแตสายโทรศพททระโยงระยางเปนเสนเลก ๆ คลนเสยงกจะไปกระทบแลว

Page 21:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

21

สะทอนกลบเขาหของมนได ไมมสตวชนดไหนทจะสามารถรบคลนสะทอนกลบไปไดในระยะใกล แตคางคาวทำาไดและบนวนกลบไดทนทวงท

ทมา : เอกรนทร สมหาศาล และคณะ. ( ๒๕๕๒). ภาษาไทย .

วธก�รสรปใจคว�มใคร    คางคาวทำาอะไร    ออกหากนเมอไร   ตอนกลางคนอยางไร    โดยไมใชสายตา แตอาศยเสยงสะทอนกลบของตวมนเองผลเปนอยางไร     สามารถหลบสงกดขวางใจคว�มสำ�คญของเรอง คางคาวจะออกหากนในตอนกลางคน โดยไมตองอาศยสายตา แตอาศยเสยงสะทอนกลบของตวมนเอง

ความเครยดทำาใหเพมฮอรโมนอะดรนาลนในเลอด ทำาใหหวใจเตนรว เสนเลอดบบตว กลามเนอเขมงตง ระบบยอยอาหารเกดผดปกต เกดอาการปวดหว ปวดทอง ใจสน แขงขาออนแรง ความเครยดจงเปนการทำาใหแกเรว

ใจคว�มสำ�คญของเรอง ความเครยดทำาใหแกเรว

โดยทวไปผดทขายตามทองตลาดสวนใหญเกษตรกรมกใชสารกำาจดศตรพช หากไมมความรอบคอบในการใชจะทำาใหเกดสารคาง ทำาใหมปญหาสขภาพ ฉะนนเมอซอผกไปรบประทานจงควรลางนำาหลาย ๆ ครง เพราะจะชวยกำาจดสารตกคางไปไดบาง บางคนอาจแชผกไวโดยผสมโซเดยมคารบอเนตกได แตอาจทำาใหวตามนลดลง

Page 22:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

22

ใจคว�มสำ�คญของเรอง เมอซอผกไปรบประทานจงควรลางผกดวยนำาหลาย ๆ ครง

เชาวนรงขน เสยงไกขน ฉนและนองตนขนแลวชวนกนไปอาบนำาแตงตวเสรจ กออกไปวงเลนทสนามหญาหนาบาน ฉนพบเหดดอกหนงกำาลงบาน มขนาดใหญมาก ฉนกบนองดดวยความในใจ คณนาซงตนเชาเชนกน รบเดนเขามาหามไมใหไปเขาใกลเหด

ใจคว�มสำ�คญของเรอง เหดทพบอาจเปนเหดมพษ

การเดน การวายนำา การฝกโยคะ การออกกำาลงกายดวยอปกรณตางๆ ตลอดจนการหายใจลก ๆ มสวนทำาใหสขภาพแขงแรง

ใจคว�มสำ�คญของเรอง การทำาใหสขภาพแขงแรงทำาไดหลายวธ

ทมา : ฟองจนทร สขยง และคณะ. ( ๒๕๕๘ ). หลกภาษาและการใชภาษา ชนมธยมศกษาปท ๔.

แบบฝกทกษะท ๓

คำ�ชแจง ใหนกเรยนอานขอความตอไปน แลวตอบคำาถามใหถกตอง ( ๑๐ คะแนน )

อานขอความตอไปน แลวตอบคำาถาม

Page 23:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

23

ชางพงเปนแมทดและคอนขางเขมงวดกบลกของมนมาก มนไมยอมใหลกงอแงกวนใจเลย มนใช งวงฟาดเพอสงสอนและไดผลดทกครง เพราะมนฟาดคอนขางแรง

ทมา : ทนรตน จนทราภนนท ( ๒๕๕๐ ). แบบฝกการอานจบใจความสำาคญ.

1. จากเรองทอานกลาวถงใคร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๒. ทำาอะไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๓. เมอไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๔. อยางไร ( ๑ คะแนน )

Page 24:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

24

ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๕. ผลเปนอยางไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………...........……………………………………...................………....................………...………………………………

อานขอความตอไปน แลวตอบคำาถาม

นกครบนเปนนกทมาจากตางประเทศ พอคานกจะสงมาจากฮอลแลนด เยอรมน ไตหวนเปนสวนใหญ อยางไรกตามเนองจากนกครบนมตนกำาเนดมาจากประเทศแถบรอน ฉะนนสภาพอากาศบานเราจงเหมาะสมทจะเลยงนกครบนไดเปนอยางด แตตองระวงในเรองยง เพราะนกครบนแพยง ถาโดนยงกดจะทำาใหนกออนแอและตายไดในทสด

ทมา : ทนรตน จนทราภนนท. ( ๒๕๕๐ ). แบบฝกการอานจบใจความสำาคญ.

๖. ใคร ( ๑ คะแนน )

Page 25:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

25

ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๗. ทำาอะไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๘. เมอไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๙. อยางไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๑๐. ผลเปนอยางไร ( ๑ คะแนน )

Page 26:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

26

ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………...........……………………………………...................………....................………...………………………………

เกณฑก�รใหคะแนน

ขอ คะแนน เกณฑก�รใหคะแนน๑ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน๒ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน๓ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน๔ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน๕ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน๖ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน๗ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน๘ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

Page 27:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

27

๙ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๑๐ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

แบบฝกทกษะท ๔

คำ�ชแจง ใหนกเรยนอานตอไปน แลวตอบคำาถามใหถกตอง ( ๑๐ คะแนน ) อานขอความตอไปน แลวตอบคำาถามใหถกตอง ( ๕ คะแนน )

“ อโรคยา ปรมา ลาภา การไมมโรคเปนลาภอนประเสรฐ การม”สขภาพดไมมโรคจงเปนความสข ซงความสขนประกอบดวย สขกาย สขใจ และสขทางสงคม

ทมา : ทนรตน จนทราภนนท. ( ๒๕๕๐ ). แบบฝกการอานจบใจความสำาคญ.

๑. ขอความนกลาวถงเรองใด ( ๑ คะแนน ) ตอบ

……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

Page 28:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

28

๒. คำาวา อโรคยา ปรมา ลาภา หมายถงอะไร “ ” ( ๑ คะแนน )ตอบ

……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๓. นกเรยนคดวาระหวางการมสขภาพดกบความรำารวยเงนทองสงใดเปนความสขทแทจรง เพราะเหตใด ( ๑ คะแนน )

ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...……………………………

๔. การมสขภาพดไมมโรค ความสขนประกอบดวยอะไรบาง ( ๑ คะแนน )

ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๕. ใหนกเรยนสรปใจความสำาคญของขอความน ( ๑ คะแนน )ตอบ

……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

Page 29:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

29

อานขอความตอไปน แลวตอบคำาถามใหถกตอง ( ๕ คะแนน )

หนกบแมวเปนศตรกนหวงจะครอบครองความเปนใหญเหนอทงนา จนกระทงวนหนงทงสองตางตกลงใจทจะใชดาบเขาประหตประหารกน ขณะทสองคนกำาลงทำาหารตอสกนอยอยางดเดอด นกเหยยวทบนผานทางมา พบเขากบนโฉบเอารางของสตวทงสองไปกน ในทสดสตวทงสองกจบชวตลง เพราะความเขลาโดยแท ทมา : ฝายวชาการหนงสอเดกและเยาวชน. ( ๒๕๕๗ ). ๑๐๐ สดยอดนทานอสปแสนสนก ฉบบภาษาไทย.

๖. จากเรองทอานกลาวถงใคร / อะไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๗. ทไหน ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๘. ผลเปนอยางไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......…

Page 30:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

30

……………………………………...................………....................………...………………………………

๙. เพราะอะไร ( ๑ คะแนน ) ตอบ ……………………………………...………….........…………………………………......………………………………………...................………....................………...………………………………

๑๐. ใจความสำาคญของเรอง ( ๑ คะแนน ) ตอบ……………………………………...………….........…………………………………...........……………………………………...................………....................………...………………..………………

เกณฑก�รใหคะแนน

ขอ คะแนน เกณฑก�รใหคะแนน๑ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน๒ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน

- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

Page 31:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

31

๓ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๔ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๕ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๖ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๗ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๘ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๙ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

๑๐ ๑ คะแนน - อธบายถกตองชดเจนได ๑ คะแนน- อธบายไมถกตองได ๐ คะแนน

ใบคว�มรท ๓ ก�รแยกขอเทจจรงและขอคดเหน

ขอเทจจรง ขอคดเหนขอเทจจรง หมายถง ขอความหรอเหตการณทมความเปนไปได ม

ความสมจรง มหลกฐาน เชอถอได มความสมเหตสมผล

Page 32:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

32

ขอคดเหน หมายถง ขอความทแสดงความรสก แสดงความคาดคะเนหรอขอความทแสดง

ทรรศนะของผพดทสอดแทรกเขาไปในขอความทพดเพอแสดงความคดเหนสวนตว

ลกษณะของขอเทจจรง ๑. มความเปนไปได ๒. มความสมจรง ๓. มหลกฐานเชอถอได ๔. มความสมเหตสมผล ลกษณะของขอคดเหน ๑. เปนขอความทแสดงความรสก ๒. เปนขอความทแสดงการคาดคะเน ๓. เปนขอความทแสดงการเปรยบเทยบหรออปมาอปไมย ๔. เปนขอความทเปนขอเสนอแนะหรอเปนความคดของผพดและผ

เขยนเอง

คว�มแตกต�งระหว�งขอเทจจรงกบขอคดเหนขอเทจจรง ขอคดเหน

๑. มความเปนไปไดเสมอ ๑. แสดงความรสก๒. มความเปนจรง ๒. แสดงการคาดคะเน๓. มหลกฐานอางองพสจนได ๓. มเปนขอเสนอแนะ๔. มความสมเหตสมผล ๔. แสดงความคดเหนของผเขยน

เอง๕. เปนความเชอทไมสมเหตสมผล

ขอเทจจรงนนตองส�ม�รถพสจนสนบสนนยนยนไดขอคดเหนนนไมส�ม�รถสนบสนนยนยนได

Page 33:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

33

ตวอย�งขอคว�มทเปนขอเทจจรง

๑. ปลาทะเลมธาตไอโอดน ชวยปองกนโรคคอพอก (พสจนไดจากประสบการณ)

๒. ดวงตาเปนอวยวะททำาใหมองเหน (พสจนไดดวยหลกวชาการ)๓. ทกคนหนไมพนความตาย (พสจนไดจากประสบการณ)

ตวอย�งขอคว�มทเปนขอคดเหน

๑. การปกครองในระบอบประชาธปไตยดทสด (ไมมขอวนจฉย) ๒. คนเรยนเกงยอมประสบผลสำาเรจในชวตเสมอ (ไมมขอยนยน) ๓. การรบประทานแตผกไมนาจะเปนผลดตอรางกาย (ไมมขอยนยน)

ทมา : วชรพงศ โกมทธรรมวบลย. ( ๒๕๔๖). แผนการจดการเรยนรภาษาไทย.

Page 34:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

34

แบบฝกทกษะท ๕

คำ�ชแจง ใหนกเรยนใสเครองหมาย หนาขอความทเปนขอเทจจรง และใสเครองหมาย หนาขอความทเปนขอคดเหน ( ๑๐ คะแนน)

๑. กรงเทพมหานครเปนเมองหลวงของไทย

๒. วตามนซ มอยในผกสด ผลไมสด เชน สม มะเขอ

เทศ และสบปะรด

๓. ถาเขาขยนมากกวานเขาคงไมสอบตก

๔. เงนสามารถซอสงของทกอยางทเราตองการ

๕. วนนคณพอไปเยยมคณปทจงหวดหนองคาย

๖. บษบาและบษบงแปลวาดอกไม

Page 35:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

35

๗. การรบประทานแตผกไมนาจะเปนผลดตอรางกาย

๘. ทกคนหนไมพนความตาย

๙. คนเรยนเกงยอมประสบผลสำาเรจในชวตเสมอ

๑๐. การปกครองในระบอบประชาธปไตยเปนการปกครอง

ทดทสด

เกณฑก�รใหคะแนน

ขอ คะแนน เกณฑก�รใหคะแนน๑ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน

- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน๒ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน

- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน๓ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน

- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน๔ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน

- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน๕ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน

- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน

Page 36:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

36

๖ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน

๗ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน

๘ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน

๙ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน

๑๐ ๑ คะแนน - ใสเครองหมายถกตองได ๑ คะแนน- ใสเครองหมายไมถกตองได ๐ คะแนน

แบบฝกทกษะท ๖

คำ�ชแจง ใหนกเรยนพจารณาขอความตอไปน แลววเคราะหวาเปนขอเทจจรงหรอขอคดเหน ทำาเครองหมาย พรอมทงแสดงความคดเหน ( ๑๐ คะแนน)

1. การสรางสะพานลอยชวยใหการจราจรคลองตวขน

ขอเทจจรง ขอคดเหน

Page 37:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

37

เหตผล

...................................................................................

..........................................

2. ถาฝนตกในเวลาทแดดออก เราจะมองเหนรงกนนำา

ขอเทจจรง ขอคดเหน

เหตผล

...................................................................................

..........................................

3. ผมทรพยมากสามารถแกไขปญหาตาง ๆ ไดทกอยาง

ขอเทจจรง ขอคดเหน

เหตผล

...................................................................................

..........................................

Page 38:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

38

๔. พดไปสองไพเบย นงเสยตำาลงทอง

ขอเทจจรง ขอคดเหน

เหตผล

...................................................................................

..........................................

4. ชวตทมแตความสขเพยงพยงเดยว เปนชวตทนาเบอหนายมาก

ขอเทจจรง ขอคดเหน

เหตผล

...................................................................................

..........................................

6. หากไดยนเสยงนกแสกรองแสดงวาจะตองมคนตายในเรว ๆ น

ขอเทจจรง ขอคดเหน

Page 39:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

39

เหตผล

...................................................................................

..........................................

7. การแหนางแมวทำาใหฝนตกตองตามฤดกาล

ขอเทจจรง ขอคดเหน

เหตผล ...................................................................................

..........................................

8. คณแมหนกเพยง พสธา

ขอเทจจรง ขอคดเหน

เหตผล ...................................................................................

..........................................

9. การสรางสะพานลอยชวยใหการจราจรคลองตวขน

ขอเทจจรง ขอคดเหน

Page 40:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

40

เหตผล ...................................................................................

..........................................

10. บรรยากาศในตอนอรณเบกฟาเยอกเยนเพราะนำาคางยงไมเหอด

หายไปกบการแผดเผาของแสงแดด

ขอเทจจรง ขอคดเหน

เหตผล ...................................................................................

..........................................

เกณฑก�รใหคะแนน

Page 41:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

41

ขอ คะแนน เกณฑก�รใหคะแนน

๑ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

๒ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

๓ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

Page 42:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

42

๔ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

๕ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

๖ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

๗ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

๘ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

๙ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

๑๐ ๑ คะแนน - ตอบถกตองอธบายเหตผลชดเจนได ๑ คะแนน- ตอบไมถกตองได ๐ คะแนน

เฉลยแบบทดสอบกอนเรยน

Page 43:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

43

1. ค2. ข3. ง4. ข5. ง6. ง7. ก8. ข9. ค10. ก

เฉลยแบบทดสอบหลงเรยน

Page 44:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

44

1. ค2. ข3. ง4. ข5. ง6. ง7. ก8. ข9. ค10. ก

แบบบนทกคะแนน

Page 45:  · Web viewฝนเท ยม ค อ การบ งค บเมฆฝนให ตกลงมาเป นฝน โดยใช สารเคม พ นเข าไปในกล

45

ก�รทดสอบกอนเรยน / หลงเรยน และแบบฝกทกษะ

เลมท ๑ หลกก�รอ�นจบใจคว�มสำ�คญ

ชอ.........................................................................................

...เลขท................ชนมธยมศกษาปท ๔

โรงเรยนราชประชานเคราะห ๒๓ จงหวดพษณโลก สำานกงานบรหารการศกษาพเศษ

แบบทดสอบ/แบบฝก คะแนนเตม คะแนนทได หม�ยเหตแบบทดสอบกอนเรยน ๑๐แบบทดสอบหลงเรยน ๑๐แบบฝกเสรมทกษะท ๑

- ๖๖๐

รวมคะแนนทงหมด ๘๐

ลงชอ......................................................ครผสอน

( นางสาวจรพรรณ สราษฏรมณ )

ครชำานาญการ